‘ต้นมะเดื่อกวาง’ อายุ270ปี ไม้ใหญ่สวยงามสมบูรณ์สุดในอีสาน

ต้นมะเดื่อกวาง

ต้นมะเดื่อกวาง' อายุ270ปี

8 ส.ค.61 – ที่ป่าชุมชนดอนดงคำ บ้านหัวบึง หมู่ 9 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการ วัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกขมรดกแผ่นดิน ต้นมะเดื่อกวาง พร้อมพาสื่อมวลชนนั่งรถอีแต๋นเข้าชมเส้นทางธรรมชาติ ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ และสัตว์นานาชนิด ริมถนน 2 ข้างทาง บนเนื้อที่รวม 88 ไร่ พร้อมทั้งชมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม ประมาณ 3 คนโอบ สูง 30-50 เมตร อายุกว่า 100 ปี ไม่ว่าจะเป็นต้นพะยูง,ต้นยางนา และต้นตะเคียน

จากนั้น ผวจ.ขอนแก่น พร้อมทั้งผู้นำชุมชนได้ร่วมกันนำผ้า 3 สี ผูกรอบต้นมะเดื่อกวาง อายุกว่า 270 ปี ซึ่งมีขนาดเส้นรอบวง 6.35 เมตร เกิดขึ้นอยู่กลางป่าชุมชน เพื่อแสดงถึงการอนุรักษ์ต้นไม้ภายในป่าชุมชนแห่งนี้ พร้อมทั้งเข้าชมบ่อน้ำแร่ผุดศักดิ์สิทธิ์ ขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางผืนป่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติคู่กับต้นมะเดื่อกวาง โดยบ่อน้ำแร่ผุดนี้มีอายุเกือบ 300 ปี ซึ่งลักษณะของน้ำเป็นสีฟ้าครามผุดตลอดปี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเปิดตัวต้นมะเดื่อกวางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นการช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า และปกป้องต้นไม้นานาชนิดที่มีขนาดใหญ่ ที่สมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่ง่ในประเทศไทย อีกทั้งยังคงเป็นการยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ซึ่งต้นมะเดื่อกวางอายุกว่า 270 ปีต้นนี้ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นต้นไม้ 1 ใน 63 ต้น ที่ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเรื่อง “รุกขมรดกของแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 63 พรรษา 2 เมษายน 2561

“หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือรวบรวมประวัติและเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ในสถานที่ต่างๆจากทุกภูมิภาค ดังนั้นเมื่อจังหวัดพบต้นมะเดื่อกวาง ต้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จึงควรนำมาแสดง และจัดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีการศึกษาความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าแห่งนี้ และที่ชุมชนแห่งนี้ในเทศกาลต่างๆ จะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาพักผ่อนและชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนแห่งนี้ และได้เข้ากราบขอพรจากปู่สีทน กิตติปัญโญ และปู่หาญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาผืนป่าชุมชนแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัวอีกด้วย”

ขณะที่ นายสมจิตร มาตรกำจร อายุ 67 ปี ปราชญ์ชาวบ้านบ้านหัวบึง กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาได้เห็นต้นมะเดื่อกวางต้นนี้ และต้นไม้อื่นๆที่เติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายชั่วอายุคน ซึ่งป่าชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลปู่สีทน กิตติปัญโญ และศาลปู่หาญ ซึ่งเป็นผู้รักษาผืนป่าจำนวน 88 ไร่ พร้อมทั้งมีการกล่าวขานมาอย่างต่อเนื่องในหลายยุคหลายสมัยว่า ปู่สีทนและปู่หาญ จะคอยบอกลูกหลานว่าอย่าตัดต้นไม้ในป่าแห่งนี้ เพราะจะเป็นป่าที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านไม่ให้อดอยาก

“คำบอกคำสอนดังกล่าวนี้นั้นลูกหลานต่างมีความเชื่อจึงมีการสืบทอดการรักษาดูแลป่ามาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงต้นมะเดื่อกวาง ที่มีอายุกว่า 270 ปี และบ่อน้ำแร่ผุดบ่อนี้ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากสิ่งศักดิสิทธิ์ภายในป่าทำให้เกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งการนำไปใช้อุปโภคบริโภคก็ไม่มีวันหมด ไม่เคยแห้งแล้งแม้แต่วันเดียว ต่อมาทางผู้นำชุมชนได้ใช้น้ำจากบ่อน้ำผุดไปผลิตเป็นประปาหมู่บ้าน และปล่อยลงไปในพื้นที่การเกษตรให้ชาวบ้านกว่าร้อยไร่ด้วย

นอกจากนี้เคยมีอาจารย์ซึ่งเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงพื้นที่นำน้ำจากบ่อน้ำผุดไปตรวจพิสูจน์ และพบว่าไม่มีสารอันตรายเจือป่น สามารถดื่มกินและใช้ได้ ทั้งยังมีแร่ธาตุ จำนวน 278 ชนิด เป็นแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น ชาวบ้านจึงคอยช่วยกันดูแลรักษาบ่อน้ำผุดแห่งนี้ไว้เป็นอย่างดีเรื่อยมาให้อยู่คู่กับป่ากับคนในชุมชนตลอดไป”ปราชญ์ชาวบ้าน กล่าว