เวนเกอร์ ฟัง ! สตีวีจี เผยเหตุที่ หงส์แดง เลิกกลัว ไอ้ปืนใหญ่ มานานแล้ว

เวนเกอร์ ฟัง ! สตีวีจี เผยเหตุที่ หงส์แดง เลิกกลัว ไอ้ปืนใหญ่ มานานแล้ว
เวนเกอร์ ฟัง ! สตีวีจี เผยเหตุที่ หงส์แดง เลิกกลัว ไอ้ปืนใหญ่ มานานแล้ว

สตีเวน เจอร์ราร์ด มิดฟิดล์ในตำนานของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้เผยกับสื่อว่า บรรดานักเตะของทีมรักของตนนั้น เลิกกลัวการเผชิญหน้ากับทีม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล มานานนมแล้ว

สตีวีจี เคยได้ลงบู้กับทีม เดอะ กันเนอร์ส มาตั้งแต่ปี 1999 โดยในยุคสมัยนั้นผู้เล่นของ อาร์เซนอล แต่ละคนต้องบอกเลยว่าระดับโลก ระดับตำนานทั้งนั้น อาทิเช่น ปาทริค วิเอรา, โทนี อดัมส์ และ มาร์ติน คีโอว์น

เจอร์ราร์ด มองว่า ผู้เล่นของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในตอนนี้ ไม่มีใครที่น่ากลัวและเล่นได้อย่างดุดันเหมือนสมัยที่ตนเคยเล่นด้วย จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเหล่านักเตะของ หงส์แดง ไม่กลัวต่อการลงเล่นกับ อาร์เซนอล ก่อนที่จะเอาชนะไปได้ 3-1 ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา

“อาร์เซนอล ในยุคก่อน ๆ ของพวกเขาเต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพคับแก้วในทุกตำแหน่ง ทุกขุมกำลัง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องไปเยือนสนาม ไฮบิวรี ด้วยละก็ พวกเขาก็จะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว แต่ในเวลานี้ไม่ใช่เลย พวกเขาไม่มีนักเตะระดับโลก ที่พอจะทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามได้เกรงกลัวเลย”

อีกซักหน ! เชลซี หวนดึง รอยส์ เข้ารัง หวังปาดหน้า ปืนโต ด้วยเงิน 70 ล้านปอนด์

อีกซักหน ! เชลซี หวนดึง รอยส์ เข้ารัง หวังปาดหน้า ปืนโต ด้วยเงิน 70 ล้านปอนด์
อีกซักหน ! เชลซี หวนดึง รอยส์ เข้ารัง หวังปาดหน้า ปืนโต ด้วยเงิน 70 ล้านปอนด์

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ตกเป็นข่าวว่ากำลังจะกลับมาไล่ล่า มาร์โค รอยส์ แนวรุกตัวเก่งของ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง หลังจากที่นักเตะเมืองเบียร์รายนี้ กำลังตกเป็นเป้าหมายของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

เชลซี เคยมีข่าวว่าต้องการตัว รอยส์ วัย 27 ปี มาร่วมทีมด้วยตั้งแต่ยุคที่ โชเซ มูรินโญ ยังคุมทีมอยู่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนที่ เดอะ สเปเชียล วัน จะออกมาปฏิเสธด้วยตนเองว่า ไม่ได้ต้องการและทีมที่มีอยู่ดีอยู่แล้ว

แต่ครั้งนี้สื่อเผยว่า สิงห์บลูส์ เตรียมเงินกว่า 70 ล้านปอนด์ เพื่อหวังกระชากสตาร์ดังรายนี้เข้าทีม ปาดหน้า อาร์เซนอล ที่กำลังให้ความสนใจและติดตามนักเตะรายนี้อยู่เช่นเดียวกัน เพื่อแทนที่ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะต่อสัญญากับทีม

เป็นที่คาดการณ์กันว่า ในฤดูกาลหน้า เชลซี จะต้องลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก จึงอาจจะต้องมีการเสริมนักเตะที่ดีและมีคุณภาพเข้ามาร่วมทีมในช่วงตลาดหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ โดยมี รอยส์ เป็นหนึ่งในลิสต์รายชื่อ

น้องปีใหม่ เขินหนักมาก แม่แอฟ พาไปอิงแอบพระเอกรุ่นพี่

น้องปีใหม่ เขินหนักมาก แม่แอฟ พาไปอิงแอบพระเอกรุ่นพี่
น้องปีใหม่ เขินหนักมาก แม่แอฟ พาไปอิงแอบพระเอกรุ่นพี่

น่ารักขึ้นทุกวันๆ สำหรับลูกสาวคนเก่งของ แอฟ ทักษอร อย่าง “น้องปีใหม่” ที่ตอนนี้ก็อายุได้ 2 ขวบนิดๆ แล้ว เข้าโรงเรียนอนุบาลเรียบร้อย พร้อมกับฉายแววมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีโชว์แฟนคลับเรื่อยๆ ไม่ว่าจะแต่งหน้า ร้องเพลง เต้น หรือกิจกรรมบู๊ๆ ตามรอยคุณพ่อ

ล่าสุด แม่แอฟ พาควงแขนร่วมงานแสดงกตเวทิตาจิตแด่ อาจารย์วันชัย รวยอารี ได้พบปะผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการหลายๆ คน ต่างเอ็นดูกับความน่ารักของสาวน้อยผู้นี้ ที่ยิ้มร่าเริงแจ่มใสตลอดทั้งงาน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เจ้าตัวแอบเขิน เมื่อคุณแม่พาไปกระทบไหล่พระเอกรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็น ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ หรือ ต่อ ธนภพ เห็นชัดๆ ว่า คุณปีใหม่ของเรา เขินไม่ใช่เล่นๆ

หนุ่มใหญ่สุดงง! เจอป้ายห้ามเข้าบ้านตัวเอง โร่แจ้งความทั้งที่มีโฉนดถูกต้อง

หนุ่มใหญ่สุดงง! เจอป้ายห้ามเข้าบ้านตัวเอง โร่แจ้งความทั้งที่มีโฉนดถูกต้อง
หนุ่มใหญ่สุดงง! เจอป้ายห้ามเข้าบ้านตัวเอง โร่แจ้งความทั้งที่มีโฉนดถูกต้อง

เสี่ยรถไถเมืองชล มึนตึ้บ เจอป้ายติดประกาศห้ามเข้าบ้านตัวเอง วิ่งหน้าตื่นโร่แจ้งความโรงพัก ทั้งๆ ที่มีโฉนดถูกต้อง ไม่เคยไปจำนองที่ไหน

นายอัครวุฒิ สุทธานนท์ เจ้าของร้าน “วิจิตรชัยเมืองชล” ซึ่งจำหน่ายรถไถ ได้เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ว่าบ้านพักของตนเองอยู่ในหมู่บ้านวัชระธานี เลขที่ 1/41 หมู่ 3 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีคนเอาประกาศของบริษัทแห่งหนึ่ง ระบุข้อความว่า “ เจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้บุกรุกจะดำเนินคดีตามกฎหมาย” ทำให้ไม่กล้าเข้าบ้าน จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันก่อน

นายอัครวุฒิ กล่าวว่า จะเข้าบ้านแล้วเจอป้ายปิดประกาศที่หน้าบ้านก็งงเหมือนกัน ทั้งที่ตนมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ที่สำคัญไม่เคยไปจำนองที่ไหน ไม่รู้ว่ามาติดตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วย ทำให้เดือดร้อนเข้าบ้านตัวเองไม่ได้ เพราะประกาศติดไว้ว่า ”ผู้บุกรุกจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”

นอกจากนี้ยังเห็นบ้านข้างเคียงหลายหลังเหมือนกันที่ถูกปิดประกาศ แต่ไม่รู้ว่ามีหนี้สินหรือเปล่า แต่บ้านของตนนั้นไม่มีหนี้สินแน่นอน และมีโฉนดที่ดิน ซึ่งจะประสานไปยังบริษัทตามเบอร์โทรศัพท์ก่อนว่าเอาป้ายมาติดหน้าบ้านตนทำไม เบื้องต้นสงสัยใน 2 ประเด็นคือ 1. อาจปิดผิดบ้าน หรือ 2. อาจมีใครลักลอบปลอมแปลงโฉนดแล้วเอาไปค้ำประกันเงินกู้

รู้ไหม? เล่นการพนันในบริษัท มีโทษอย่างไร ?

เห็นว่ากระแสเรื่องลอตเตอรี่ เรื่องหวยกำลังมาแรง ผมจึงอยากจะนำเรื่องนี้มาแชร์ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ยังชอบหารายได้พิเศษด้วยการเสี่ยงโชค โดยคิดว่าเงินคงจะได้มาง่าย ๆ ด้วยการเล่นการพนัน

แถมยังเล่นการพนันเสี่ยงโชคกันในบริษัทอีกต่างหากน่ะสิครับ !

เรื่องก็มีอยู่ว่า นายใหญ่ (นามสมมติ) ชวนเพื่อน ๆ รวม 7 คน ตั้งวงเล่นไฮโลกันในบริษัทอย่างสนุกสนาน ทั้ง ๆ ที่บริษัทก็มีกฎระเบียบประกาศแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบอยู่แล้วว่า ห้ามเล่นการพนันภายในบริษัท พนักงานต้องไม่ทำความผิดอาญาโดยเจตนา

แม้ว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีก็ตาม ถ้าบริษัทจับได้มีโทษถึงไล่ออก แต่นายใหญ่และพวกก็ยังฝ่าฝืน

พอบริษัทจับได้ว่า นายใหญ่และพวกเล่นการพนัน ก็เลยลงโทษไล่ออก (ภาษากฎหมายแรงงานจะเรียกว่า “เลิกจ้าง”) โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน เพราะถือว่านายใหญ่และพวกฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน เป็นการกระทำความผิดในกรณีร้ายแรง

ปรากฏว่านายใหญ่และพวกรวม 7 คน ก็เลยยกโขยงไปฟ้องศาลแรงงาน เพื่อเรียกร้องขอค่าชดเชยตามอายุงาน, ค่าเสียหาย, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แถมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละ 15 ต่อปีอีกแน่ะ (แหม..ช่างกล้านิ อิ อิ)

ยัง..ยังไม่พอ ยังฟ้องขอให้ศาลท่านพิพากษาให้บริษัทรับนายใหญ่และพวกกลับเข้าทำงาน โดยนับอายุงานต่อเนื่องอีกต่างหาก (คิดได้ยังไงเนี่ย….)

เรื่องก็เลยต้องขึ้นศาลแรงงาน ตามคดีที่ ฎ.1839/2554

ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางท่านตัดสินยกฟ้อง พูดง่าย ๆ ว่านายใหญ่และพวกรวม 7 คน ตกงานไปโดยไม่มีสิทธิในการเรียกร้องอะไร (ตามข้างต้น) ทั้งหมด

แต่นายใหญ่และพวกก็ยังอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยบอกว่า…พวกเขาเพิ่งเล่นการพนันเป็นครั้งแรก

แม้จะเป็นการทำผิดทางวินัยในด้านชื่อเสียงของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงต้องลงโทษด้วยการตักเตือนด้วยวาจา หรือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน ถึงจะถูกต้อง จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยทันทีอย่างนี้ไม่ได้

แปลความง่าย ๆ ว่า นายใหญ่กับพวกยอมรับว่าตนเองกับพวกเล่นการพนันในบริษัทจริง ยอมรับว่าทำผิดวินัยจริง แต่เพิ่งเล่นการพนันเป็นครั้งแรกเอง…บริษัทจะใจจืดใจดำถึงกับเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยกันเชียวเหรอ

ทางที่ดีบริษัทควรออกหนังสือตักเตือนก่อนจะดีกว่าไหม เพราะตนเองและพวกเพิ่งเล่นการพนันกันเป็นครั้งแรก ยังไม่น่าจะถือเป็นความผิดร้ายแรงขนาดนั้น คือพูดง่าย ๆ ว่า นายใหญ่แกเริ่ม “แถ” ไปเรื่อย ๆ ว่า ความผิดของตนเองและพวกนั้นเพียงจิ๊บ ๆ บริษัทอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย

ซึ่งศาลฎีกาท่านก็มีคำพิพากษาออกมาอย่างนี้ครับ….

“….การที่โจทย์กับพวกเล่นการพนันประเภทไฮโลในบริเวณบริษัทจำเลย นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดอาชญากรรม เป็นชนวนให้เกิดการวิวาทบาดหมางในหมู่พนักงานด้วยกัน ทำลายความสามัคคีของหมู่คณะ ทั้งยังทำให้ผลงานของลูกจ้างลดน้อยลง และอาจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายทางชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดครั้งแรกและโจทก์สำนึกผิดหรือไม่ก็ตาม

การกระทำของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับการทำงานของจำเลย และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรง

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) การกระทำของโจทก์มิใช่เป็นเพียงการกระทำผิดวินัยที่ทำให้เสียหายด้านชื่อเสียงต่อจำเลยเพียงอย่างเดียว อันจะลงโทษได้โดยการตักเตือนเท่านั้น

เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยสาเหตุที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรง จึงเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุผลสมควร การเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม”

เป็นไงล่ะ..จ๋อยไปน่ะสิครับ แถไม่ออก เพราะนายใหญ่ และพวกบอกว่าไม่ร้ายแรง แต่ศาลท่านเห็นว่าเป็นความผิดกรณีร้ายแรงนะครับ แม้ว่าจะอ้างว่าเพิ่งเล่นเป็นครั้งแรกก็ตาม !

จากคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น คงจะทำให้คนที่คิดหาลำไพ่พิเศษในบริษัทด้วยการเล่นการพนัน จะได้รับทราบไว้นะครับว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง แม้จะมาอ้างว่าเพิ่งจะทำความผิดเป็น “ครั้งแรก” ก็ตาม

ก่อนปิดท้ายเรื่องนี้ ผมก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า การเล่นหวย หรือเล่นพนันบอล ฯลฯ ก็อยู่ในฐานความผิดในเรื่องเล่นการพนันเช่นเดียวกัน อย่าคิดว่าการพนันคือการตั้งวงเล่นไพ่ หรือวงไฮโลเท่านั้นนะครับ

มีคำโบราณเคยบอกเอาไว้ว่า “โจรขึ้นบ้านสิบครั้งยังไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว

…แต่ไฟไหม้บ้านสิบครั้งก็ยังไม่เท่ากับการเล่นการพนันเพียงครั้งเดียว” เพราะการพนันจะทำให้คนคนนั้นสูญเสียทุกสิ่งอย่างไปในที่สุด

เเท็กที่เกี่ยวข้อง

พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว

พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว
พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว

ตำรวจควบคุมตัวพนักงานบริษัทขนเงิน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังขโมยเงินกว่า 19 ล้านบาท เบื้องต้นสารภาพเอาเงินไปเล่นพนัน

(2 ส.ค.) พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ควบคุมตัว นายสมโภชน์ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ศูนย์บริหารและจัดการธนบัตร ธนาคารกรุงไทยจำกัด สาขาขอนแก่น หลังก่อเหตุขโมยเงินที่นำฝากในตู้เอทีเอ็มเป็นเงินกว่า 19 ล้านบาท

โดยได้นำตัว นายสมโภชน์ มาทำแผนผระกอบคำรับสารภาพ บริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ถนนหลังศูนย์ราชการ หน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2 ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ นายสมโภชน์ ได้อาศัยช่วงที่เพื่อนลงไปรับประทานอาหาร ขโมยเงินที่จะนำเข้าตู้เอทีเอ็มไป

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า นายสมโภชน์ ได้ลงมือลักทรัพย์เงินมานานกว่า 6 เดือน ซึ่งจะอาศัยช่วงที่นำเงินเข้าไปในตู้เอทีเอ็ม แล้วจะนำเงินที่ค้างในตู้เอทีเอ็มออกมา โดยเพื่อนร่วมงานไม่ทราบพฤติกรรมนี้ของตัวเอง รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท
จนกระทั่ง ทางบริษัทเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ นายสมโภชน์ จึงได้ขอลางานและหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งถูกตำรวจติดตามตัวจับกุมได้ที่ สปป.ลาว เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) สำหรับเหตุจูงใจในการก่อเหตุ นายสมโภชน์ สารภาพว่า ต้องการนำเงินมาเล่นพนันฟุตบอลและใช้จ่ายทั่วไป ประกอบกับเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินเกินตัว จึงได้ลงมือก่อเหตุ เพราะมีประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี จึงรู้ช่องทางการลักทรัพย์เป็นอย่างดี

ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการจะมีอีกหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพื่อนร่วมงานทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินที่ยึดคืนกลับมาได้ ขณะนี้มีเงินสดจำนวนประมาณ 1,800,000 ล้านบาท และทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังขยายผลยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ นายสมโภชน์ อยู่

“ตร.” รับลูก “ดีเอสไอ” เจอ “พระสนิทวงศ์” จับทันที

“ตร.” รับลูก “ดีเอสไอ” เจอ “พระสนิทวงศ์” จับทันที
“ตร.” รับลูก “ดีเอสไอ” เจอ “พระสนิทวงศ์” จับทันที

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการค้นวัดพระธรรมกายและดำเนินการกับพระพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย หลังไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคสช. และใช้โซเชียล มีเดียให้ข่าวสารในเเง่ลบกับรัฐบาลว่า ตนได้รับทราบจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ถ้าเจ้าหน้าที่พบเห็นให้ดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าได้ทันที พร้อมกับให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) นำตัวพระสนิทวงศ์มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะที่ปกครองคณะสงฆ์

“มาตรการตรงนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว และการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะ พศ. สำหรับพระสนิทวงศ์ นอกจากจะถูกดำเนินคดีข้อหาไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.แล้ว ยังมีข้อหาการยุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เเละมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามกรอบของกฎหมาย ถ้าพระสนิทวงศ์ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา มาตรการต่อไปคือออกหมายจับ ที่ผ่านมาใช้การเจรจาเป็นหลัก แต่เมื่อใช้ไม่ได้ผลต้องมีบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ส่วนกรณีที่พระสนิทวงศ์นำภาพและไลน์ของน.ส.พัฒนา เชียงเเพง ที่เสียชีวิตด้วยปอดติดเชื้อออกมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย พนักงานสอบสวนกำลังตรวจข้อมูลว่า มีความผิดหรือไม่

“สำหรับการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่มีแผนจะยกเลิกการตรวจค้นหรือไม่นั้น ต้องไปถามดีเอสไอ ในส่วนตำรวจเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนกำลัง และป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นบริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ยังคงกำลังไว้อยู่ จะลดหรือจะเพิ่มกำลังทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละวัน และไม่สามารถประเมิณได้ว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน
คงไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ยาวนาน ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวก็จบ สื่อก็ถามแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อไหร่จะจบ อยากให้ไปถามพระธัมมชโย ท่านทำให้คนเดือดร้อนมามากแล้ว

ส่วนคำสั่งคสช.ให้พระ 14 รูป มารายงานตัวนั้น ทราบว่ามีเข้ามาบางส่วน ส่วนการชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานียังไม่มีการคืนพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งเรื่องนี้ดีเอสไอจะเป็นผู้กำหนด ตำรวจก็ตรึงกำลังบริเวณโดยรอบ เพื่อรักษาความปลอดภัย ในเรื่องการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากมีผู้ชายปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแล้วผูกคอเสียชีวิต นั้น ได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นเหตุสุดวิสัย เรื่องปัจเจกบุคคล เจ้าหน้าที่ระวังเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุรายวัน” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พัฒนา เชียงแรง หน่วยแพทย์อาสาของวัดพระธรรมกายว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการรายงานผลชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของน.ส.พัฒนา แบบเป็นลายลักษณ์อักษร แต่คงไม่เกี่ยวกับเงื่อนเวลาในการช่วยเหลือ และบริเวณวัดพระธรรมกายมีสถานพยาบาลที่ชัดเจน แต่เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับการดูแล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นำชุดพยาบาลจากทหารบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปจัดตั้งในพื้นที่ดังกล่าว ให้มีนายแพทย์ไปประจำการ คู่ขนานไปกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งสั่งการไปแล้วเมื่อวันที่2มี.ค.

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินหน้าจับกุมพระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชน น่าจะทำให้การระดมมวลชนลดน้อยลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีหมายจับถ้าไม่ทำไม่ได้ ส่วนการระดมมวลชนถือเป็นคนละเรื่อง แต่อยากให้สื่อมวลชนเลิกถามประเด็นวัดพระธรรมกาย เรื่องอยู่ที่คนๆเดียวที่ทำให้วุ่นวาย ส่วนแผนดำเนินการจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ตนไม่จำเป็นต้องบอกสื่อ แต่จะทำให้ดีที่สุด

ตกใจลั่น IG แฟนคลับนึกไม่ถึง “เอมมี่ มรกต” คือหน้ากากปลาหมึก

ตกใจลั่น IG แฟนคลับนึกไม่ถึง "เอมมี่ มรกต" คือหน้ากากปลาหมึก
ตกใจลั่น IG แฟนคลับนึกไม่ถึง “เอมมี่ มรกต” คือหน้ากากปลาหมึก

กลายเป็นอีกหนึ่งครั้ง..ที่ทำให้ผู้ชมต้องประหลาดใจกับบุคคลภายใต้หน้ากาก สำหรับรายการชื่อดัง The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ทางช่องเวิร์คพอยด์ทีวี ที่ล่าสุดถึงคราวต้องเฉลย “ดาราคนดัง” ที่อยู่ภายใต้ “หน้ากากปลาหมึก” ที่ได้ผ่านเข้ารอบมาชิงชัยลึกพอสมควร แต่เมื่อเธอถอดหน้ากากออกมาแล้ว ปรากฏว่าเป็น ดาราสาวที่ไม่มีใครคาดถึง

แน่นอนว่าข้อตกลงในรายการดังกล่าว ดาราคนดังจะต้องปกปิดข้อมูลและห้ามเปิดเผยใดๆ ก่อนที่รายการจะออกาอากาศ ทำให้อินสตาแกรมของสาวเอมมี่ ล้วนเต็มไปด้วยฟีคแบคจากแฟนๆ ที่ต่างก็ประหลาดใจไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะหลายคนไม่นึกว่า สาวเอมมี่ สาวที่เป็นดารา เล่นละครมาหลายสิบ จะร้องเพลงได้ไพเราะ ลูกคอทรงพลังได้เพียงนี้ เป็นสามารถที่ซ่อนเอาไว้แบบไม่มีใครรู้

เช่นเดียวกับ เหล่าคณะกรรมการในรายการก็ไม่มีใครทายได้ถูกว่า สาวเอมมี่ จะเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากปลาหมึก นอกจากนี้ สาวเอมมี่ ยังได้เปิดใจในรายการว่า ครั้งหนึ่งที่ตนเคยได้เป็นตัวแทนไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส แต่อาจจะทำให้คนไทยหลายๆ คนผิดหวัง ไม่โดดเด่นเท่ากับรุ่นน้องๆ ไม่สามารถนำรางวัลติดไม้ติดมือกลับมาได้ ทำให้ตนมุ่งมั่นตั้งปณิธานว่า หากมีโอกาสได้ประกวดเวทีไหนอีก ก็จะพยายามทำให้เต็มที่และทำให้ทุกคนประทับใจในความสามารถของตน

ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน
ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ภรรยาและบุตรสาวของนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของพระราม9คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อพบพนักงานสอบสวนโดยรอยืนยันภาพสเกตของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 ราย เพื่อให้พนักงานสอบสวนใช้ในการนำไปขอศาลออกหมายจับ พร้อมกันนี้ภรรยาและบุตรสาวเขื่อว่าปมสังหารมีความเกี่ยวข้องกับนางก้อย (นามสมมุติ) เนื่องจากมีปัญหาหนีสินกับนายสมยศ และสาเหตุที่สงสัยนางก้อยมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากในวันเกิดเหตุมีความพยายามในการสอบถามถึงนายสมยศว่าอยู่ที่ใด ซึ่งครอบครัวไม่ได้บอกใครมีเพียงนางก้อยที่รับทราบข้อมูลจากตน

ส่วนกรณีที่นางก้อยให้การอ้างว่าก่อนนี้มีการชำระหนีสินคืนให้นายสมยศเป็นฉโนดที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดชุมพรนั้นก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนกรณีขัดแย้งที่ดินย่านพระราม 9 ไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักไปที่กรณีของนางก้อยมากกว่า

ด้าน ตร.ตั้งประเด็นการสอบสวนยังคงมี 3 ประเด็นคือ เรื่องการพนัน , เรื่องคดีความ และ เรื่องที่ดินย่านพระราม9 ซึ่งยังไม่ได้ตัดประเด็นไหนออก พร้อมขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับสองคนร้ายตามภาพสเก็ต โดยทั้งสองคนเป็นชายไทยอายุประมาณ30ปีเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้น1คนทำหน้าที่ขี่จักรยานยนต์ และผมยาวสวมหมวกแก๊ปสีฟ้า1คนทำหน้าที่ก่อเหตุยิง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธปืน ซึ่งมีประจักษ์พยานคือพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานภายในร้านที่เกิดเหตุยืนยันภาพตามสเกตช์เนื่องจากเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน
ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร