กระบะแซงเบียดเก๋งตกเหว พ่อแม่ช็อกเด็กน้อย 3 เดือนดับ

กระบะแซงเบียดเก๋งตกเหว พ่อแม่ช็อกเด็กน้อย 3 เดือนดับ
กระบะแซงเบียดเก๋งตกเหว พ่อแม่ช็อกเด็กน้อย 3 เดือนดับ

สุดสะเทือนใจ พ่อแม่ลูกอ่อนขับรถเที่ยวกลับจากสงกรานต์ เจอกระบะซิ่งแซงฝ่าสายฝน เสียหลักเบียดรถตกเหว ลูกน้อย 3 เดือนรับเคราะห์เสียชีวิต

(16 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งตกลงข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างกิโลเมตรที่ 109-110 อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์จากโรงพยาบาลเชียงดาว ได้เดินทางมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งรักษาตัวโรงพยาบาล

ขณะที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผน 5681 เชียงใหม่ และ รถยนต์นิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน ขล 3736 เชียงใหม่ พุ่งตกลงไปข้างทาง ซึ่งเป็นเหวลึกกว่า 10 เมตร สภาพรถทั้ง 2 คันพังยับเยิน

จากการสอบสวนทราบว่า รถกระบะมีผู้ขับขี่คือ นายสรพงษ์ อายุ 31 ปี ชาว อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนรถเก๋งนิสสัน มี นายวราวุฒิ อายุ 22 ปี ชาว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นคนขับและมีนางสุพรรณิกา อายุ 24 ปี โดยสารมากับลูกสาวอีก 1 คน อายุ 3 เดือน ซึ่งภายหลังเกิดอุบัติเหตุทำให้เด็กหญิงเสียชีวิต

โดยก่อนเกิดเหตุ นายวราวุฒิ ได้ขับรถมาตามถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยัง อใ.เชียงดาว โดยภรรยาและลูกสาวนั่งโดยสารมากับรถเก๋งคันดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งและลงเขา มีรถกระบะคู่กรณีขับแซงรถเก๋ง ซึ่งขณะนั้นฝนกำลังตกปรอยๆ เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะเสียหลักเบียดรถยนต์เก๋ง จนรถทั้ง 2 คันเสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางที่เป็นเหวลึก และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเด็กหญิงวัย 3 เดือนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำรถคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ขับรถประมาทจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป

โชเฟอร์แท็กซี่สมุยพลิกเป็นเศรษฐี ถูกรางวัลที่ 1 ยกแพ็ค 30 ล้าน

โชเฟอร์แท็กซี่สมุยพลิกเป็นเศรษฐี ถูกรางวัลที่ 1 ยกแพ็ค 30 ล้าน
โชเฟอร์แท็กซี่สมุยพลิกเป็นเศรษฐี ถูกรางวัลที่ 1 ยกแพ็ค 30 ล้าน

หนุ่มใหญ่โชเฟอร์แท็กซี่บนเกาะสมุย พลิกชีวิตเป็นเศรษฐีเพียงพริบตา ตามซื้อสลากฯ เลขท้ายทะเบียนรถมาหลายปี ก่อนถูก 5 คู่รับเละ 30 ล้านบาท

(16 เม.ย.) เมื่อช่วงเย็นที่่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งใน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้ทราบข่าวว่า ลูกชายของบ้านหลังดังกล่าว ได้รับโชคดีหลังเทศกาลสงกรานต์ ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวัน 16 เมษายน 2560 จำนวน 5 คู่ รับเงินรางวัลถึง 30 ล้านบ้าน

เมื่อผู้สื่อข่าวเนทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวก็ได้พบกับ นายสิทธิชัย อายุ 47 ปี บรรยากาศที่บ้านหลังดังกล่าว ได้มีญาติๆ ร่วมถึงเพื่อนที่มีอาชีพขับรถแท็กซี่มิเตอร์ด้วยกัน ต่างเดินทางกันมาแสดงความดีใจกับ นายสิทธิชัย ผู้โชคดีรายนี้เป็นจำนวนมาก

นายสิทธิชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความดีใจว่า ตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่มิเตอร์บนเกาะสมุย ทำอาชีพนี้มาร่วม 10 ปีแล้ว ปกติจะซื้อเลขทะเบียนรถแท็กซี่ที่ขับคือ 729 จากคนขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกือบทุกงวด ซื้อแบบนี้มานานพอสมควร หวังเพียงจะได้ถูกรางวัลเลข 3 ตัวบ้าง แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะถูกรางวัลที่ 1 ถึง 5 คู่ รับเงินก้อนใหญ่ถึง 30 ล้าน

ตอนที่ทราบว่ารางวัลที่ 1 คือ 816729 ตอนนั้นตนกำลังรอรับส่งผู้โดยสารอยู่ที่ท่าเทียบเรือบ้านบางรัก เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลก็ได้เดินทางไปลงประจำวันไว้ที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ในทันที ก่อนที่จะเดินทางกลับมาที่บ้าน เพื่อแสดงความดีใจกับญาติๆ โดยตนตั้งใจว่าจะนำเงินที่ได้มาสร้างบ้านให้แม่ได้อยู่ได้สบายแทนบ้านหลังเก่า เนื่องทุกวันนี้ นายสิทธิชัย ก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดียวกับแม่ เนื่องจากได้เลิกรากับภรรยามาแล้วหลายปี จึงตั้งใจจะสร้างบ้านใหม่ให้แม่ได้อยู่อย่างสบาย

นอกจากนี้จะแบ่งเงินที่ได้มาให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คนของนายสิทธิชัย เพื่อจะได้นำไปประกอบอาชีพ ส่วนตัวนายสิทธิชัย ยังระบุว่า ตัวเองก็จะยังยึดอาชีพขับรถแท็กซี่มิเตอร์ต่อไป เนื่องจากว่าตนเองทำมานานหลายปีและรักในอาชีพนี้ ที่ได้ให้บริการขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวใน อ.เกาะสมุย และก็จะทำอาชีพนี้ต่อไป

แม่ร้องสื่อ ลูกรถชนตายลากร่างไปไกล ภาพชัดแต่ ตร.แย้ง

แม่ร้องสื่อ ลูกรถชนตายลากร่างไปไกล ภาพชัดแต่ ตร.แย้ง
แม่ร้องสื่อ ลูกรถชนตายลากร่างไปไกล ภาพชัดแต่ ตร.แย้ง

ครอบครัวหนุ่ม 17 ถูกฮอนด้าแจ๊ส ชนลากไปไกลกว่า 5 เมตร เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ร้องสื่อขอเป็นธรรม หลังสืบทราบมาว่าผู้กระทำผิดเป็นลูกผู้มีอิทธิพล หนีไปบวช คดีแทบไม่คืบหน้า

(16 เม.ย.) นางดาวเรือง อายุ 47 ปี และ นางสาวสุดารัตน์ อายุ 17 ปี มารดาและแฟนสาวของ นายเสมา อายุ 17 ปี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า นายเสมาถูกรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส แต่งซิ่ง ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน สีเทา พุ่งชนแล้วลากทั้งคนทั้งรถไปไกลว่า 5 เมตร

เหตุดังกล่าวเกิดบริเวณจุดกลับรถ สะพานใหม่ตอนที่ 2 ตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ก่อนที่รถยนต์ฮอนด้าแจ๊สจะเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไป

ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.สำเริง แนวอินทร์ พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการ สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อให้ช่วยติดตามคนขับรถยนต์ฮอนด้าแจ็สคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คดีเกิดความล่าช้าเป็นอย่างมาก

ทางผู้เสียหายต้องไปทำการติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเองทั้งหมด ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพ นายเสมา ผู้เสียชีวิตขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน คมล 514 ชลบุรี มาเพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ได้มีการแว้นซิ่งและแข่งกันมาแต่อย่างใด ซึ่งต่างจากคำบอกกล่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์แข่งตีคู่มากับเพื่อนมาอีกคันหนึ่ง กระทั่งมาชนกับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สคันดังกล่าว

โดยภาพจากล้องวงจรปิดยังสามารถจับภาพรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส ขณะหลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรีผ่านวงเวียนปลาฉลาม ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นเป็นรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส สีเทา โหลดเตี้ยแต่งซิ่งใส่ล้อแม็กช์ สีน้ำตาลไหม้ มีร่องรอยของการชนอย่างชัดเจน และทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังทราบอีกว่า คนขับรถยนต์คันดังกล่าวเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลในเขตเมืองชลบุรี แต่ขณะนี้หนีไปบวชที่วัดกำแพง เมืองชลบุรี

ต่อมาทางครอบครัวของผู้เสียหายจึงติดตามไปที่วัดกำแพง เพื่อสอบถามกับเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสบอกว่าผู้ต้องสงสัยนั้นได้มาบวชจริง แต่ตอนนี้ได้หลบหนีออกจากวัดกำแพงไปแล้ว ไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด ครอบครัวของผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาเรียนร้องสื่อมวลชนให้ช่วยนำเสนอข่าวนี้เพื่อให้ผู้กระทำความผิดมามอบตัว ทางครอบครัวยินดีที่พร้อมจะเจรจา ไม่ใช่ชนคนเสียชีวิตแล้วไม่ต้องรับผิดชอบเช่นนี้

ถึงผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ คลิปวัยรุ่นรุมทำร้ายหนุ่มผมทอง

ถึงผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ คลิปวัยรุ่นรุมทำร้ายหนุ่มผมทอง
ถึงผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ คลิปวัยรุ่นรุมทำร้ายหนุ่มผมทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 เม.ย. 60) นางบุญเรือง กาฬเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ ทำจดหมาย เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ถึงกรณีที่โลกโซเชียลเผยแพร่คลิปวิดีโอกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิง จนสืบทราบต่อมาว่า คนที่ถูกทำร้าย แท้จริงเป็นผู้ชาย ทราบชื่อคือ นายคมกริช และหญิงเสื้อสีแดงคือ นางสาวปิยวรรณ  ท่ามกลางโลกโซเชียลรุมประนาม ตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทว่าจดหมายเปิดผนึกนี้ น่าจะคลี่คลายปมคำถาม ให้ชัดกระจ่างขึ้น ความในจดหมายมีว่า

“เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

“กรณีที่มีเหตุทำร่างกายขึ้นในท้องที่อำเภอกันทรลักษ์ ที่ปรากฏตามสื่อโซเซียล ดิฉัน นางบุญเรือง กาฬเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ ขอรายงานเหตุการณ์ดังนี้

“เนื่องจากผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกาย เป็นผู้ถูกคุมความประพฤติที่อยู่ในการดูเเลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

“สภาพความผิดเเละพฤติการเเห่งคดี เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2560 นายคมกริช  อายุ 33 ปี ชาวตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ เเอททราจสีขาว หมายเลขทะเบียน กม 7207 อุบลราชธานี โดยมีนางสาวปิยวรรณ อายุ 21 ปี ชาวตำบลหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์ เเฟนสาวนั่งคู่มาด้วย เกิดเลี้ยวผิดทาง สวนเลนวันเวย์ บริเวณหน้าร้านเเม็กกี้ซุปเปอร์ หมู่ 8 ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์

“ส่งผลให้วัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ที่กำลังเล่นสาดน้ำสงกรานต์อยู่บริเวณดังกล่าว เกิดความไม่พอใจ ส่งสัญญาณเตือนให้ถอย แต่นายคมกฤชกลับพยายาม ค่อยๆ ขับเดินหน้า ใกล้จะถึงแยก สร้างความไม่พอใจ ให้กับวัยรุ่นประมาณ 6 คน พากันรุมทึ้งรถ กระชากประตู ทุบกระจก จนนายคมกฤชต้องจอด พร้อมเปิดประตู ถือปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ลงมาขู่ แต่กลับกลายเป็นยั่วยุ จึงพากันรุมกระทืบทั้งคนขับ และสาวที่นั่งมาด้วย สลบเหมือดคาเท้า เจ็บปางตาย อาการสาหัส

แม้ว่าชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จะพยายามห้ามปราม ก็ไม่เป็นผล โดยขณะเกิดเหตุ เกิดเสียงปืนลั่นขึ้น 1 นัด ยังไม่มีรายงานว่า กระสุนถูกผู้ใด ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้กระชากสร้อยคอทองคำ 2 บาท เป็นของแถมติดมือ ก่อนสลายตัวหลบหนีไป ซึ่งพบว่าภายในรถยนต์เก๋ง มีกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 12 นัด และยาบ้า 28 เม็ด

“จากการตรวจสอบประวัติของนายคมกริช(ผู้บาดเจ็บ)ซึ่งเป็นผู้ถูกคุมความประพฤติที่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการคุมประพฤติเเละมีประวัติดังนี้

ครั้งที่ 1 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ พิพากษาคุมความประพฤติเมื่อปี พ.ศ.2551 ฐานความผิด พรบ.อาวุธปืน พ้นคุมความประพฤติด้วยดี

ครั้งที่ 2 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์พิพากษา เมื่อปี พ.ศ. 2553 ฐานความผิดทำร้ายร่างกาย โดยศาลกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติเเต่ไม่ปรากฏทะเบียดสอดส่องในสารบบ ผ่านเเค่กระบวนการสืบเสาะ

ครั้งที่ 3 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์พิพากษา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ฐานความผิด พรบ.ยาเสพติด ผู้ถูกคุมความประพฤติมารับทราบเงื่อนไข เเละมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เเต่ไม่ได้ตรวจปัสสาวะ

จึงรายงานมาเพื่อโปรดทราบในเบื้องต้น ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบโดยทันที”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เร่งล่าตัว 7 โหดรุมกระทืบผู้หญิง 2 คนคลิปดัง อาการปางตาย

เชคสเปียร์ ลั่น จิ้งจอก พร้อมเปิดเกมรุกใส่ ตราหมี

เชคสเปียร์ ลั่น จิ้งจอก พร้อมเปิดเกมรุกใส่ ตราหมี
เชคสเปียร์ ลั่น จิ้งจอก พร้อมเปิดเกมรุกใส่ ตราหมี

เคร็ก เชคสเปียร์ ผู้จัดการทีม เดอะ ฟ็อกซ์ส พร้อมสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าบุกใส่ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่สนาม คิง พาวเวอร์ คืนวันอังคาร นี้

เลกแรก ขุนพล เลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่าย แอตเลติโก้ มาดริด มาก่อน 0-1 นั่นทำให้ในเลกที่สอง เบื้องต้นพวกเขาจำเป็นต้องชนะทีมตราหมีให้ได้ 2-0 โดยที่ห้ามเสียประตู

เชคสเปียร์ เผยในแถลงข่าวก่อนเกมว่า ”ในแง่ของเกมรุก เราจำเป็นต้องสร้างสรรค์โอกาสให้มาก ๆ, เราต้องเอาประตูคืนกลับมาให้ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่เปิดพื้นที่ให้กับพวกเขา เพราะว่า พวกเขาเป็นทีมที่เล่นเกมโต้กลับเร็วได้ดีมาก ๆ เราต้องสตรองกว่าเดิม แต่แน่นอนว่าเราให้ความเคารพคู่แข่งของเราด้วยเช่นกัน”

”ความสมดุลในการพยายามเอาชนะให้ได้ในทุก ๆ เกม, ซึ่งในเกมฟุตบอลมันไม่มีคำว่าอิสระหรอก, เราอยู่ที่นี่ เราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคืนวันพรุ่งนี้ และนั่นก็คือสารแรก”
”คุณต้องให้นักฟุตบอลของคุณสนุกไปกับเกม และเต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า แต่เราจำเป็นต้องเล่นอย่างชาญฉลาดในคืนวันพรุ่งนี้ และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นคือทั้งหมดที่จะทำให้คว้าชัยชนะในเกมการแข่งขัน”

”เราจะโฟกัสไปที่ตัวเอง แต่เราก็ตระหนักดีถึง แอตเลติโก้ ด้วยเช่นกัน เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรในเกมคืนวันพรุ่งนี้ และเราก็ไม่สามารถอยู่เฉยได้หรอกในเวลา 90 นาที เพราะว่า เราจำเป็นต้องทำประตู”

สำหรับเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ กับ แอตเลติโก้ มาดริด จะแข่งขันกันคืนวันอังคาร ที่ 18 เมษายน นี้ เวลา 01.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN Sports 2

สถานีรถไฟยะลามีแค่ตั๋วยืน ต้องใช้บันไดเสริมขึ้นทางหน้าต่างแทน

สถานีรถไฟยะลามีแค่ตั๋วยืน ต้องใช้บันไดเสริมขึ้นทางหน้าต่างแทน
สถานีรถไฟยะลามีแค่ตั๋วยืน ต้องใช้บันไดเสริมขึ้นทางหน้าต่างแทน

ตั๋วถูกจองเต็มตั้งแต่เมื่อวาน ! แม้ยืนก็ต้องทนเพราะจำเป็น ปชช.ยอมยืนด้วยต้องกลับไปทำงาน ประตูทางขึ้นขึ้นไม่ได้ ต้องใช้บันไดปีนขึ้นทางหน้าต่างแทน

วันที่ 16 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีรถไฟยะลาเนืองแน่นไปด้วยผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับไปทำงานยังกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด หลังจากเดินทางกลับมาเที่ยวในช่วงสงกรานต์ โดยตลอดทั้งวันมีผู้โดยสารเข้ามานั่งรอรถไฟตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเย็นเตรียมเดินทาง ส่งผลทำให้ตั๋วรถไฟเต็มทุกขบวน เนื่องจากประชาชนได้มาจองล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการติดป้ายประกาศ “วันนี้ที่นั่ง / นอนเต็มทุกขบวน” ทำให้ประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟต่างต้องยืน อัดแน่นกันภายในโบกี้และเกาะตามประตูทางเข้า โดยเจ้าหน้าที่รถไฟจำเป็นต้องใช้บันไดเสริมให้ผู้โดยสารขึ้นทางหน้าต่าง เนื่องจากประตูทางขึ้นไม่สามารถเข้าได้ โดยเฉพาะขาขึ้น เส้นทางสุโหงโก-ลก – กรุงเทพฯ

ประชาชนที่ใช้บริการส่วนใหญ่เปิดเผยว่า แม้ตั๋วรถไฟเต็มทั้งที่นั่งและที่นอน ต้องยืนเท่านั้น แต่ก็ทน และจำเป็นต้องเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะเริ่มทำงานวันแรกในวันที่ 18 เมษายน 2560 โดยแต่ละคนจะหอบหิ้วของฝากต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย

นายอามะ ลาเต๊ะ นายสถานีรถไฟจังหวัดยะลา ได้นำเจ้าหน้าที่รถไฟ ตำรวจรถไฟ และเจ้าหน้าที่ รปภ.มาคอยให้ความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน ในขณะที่มีขบวนรถไฟเข้าเทียบชานชาลาสถานีฯ และมีผู้โดยสารลงรถไฟเพื่อเดินทางขึ้นไปยังต่างจังหวัด หลังเสร็จจากการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันจำนวนมาก

หายตัวลึกลับ 9 วัน ร่างทรงบอกยังไม่ตาย

หายตัวลึกลับ 9 วัน ร่างทรงบอกยังไม่ตาย
หายตัวลึกลับ 9 วัน ร่างทรงบอกยังไม่ตาย

หนุ่มชาวจังหวัดชัยภูมิขับรถกลับบ้านบอกให้แม่ทำกับข้าวรอ ก่อนหายตัวปริศนา ญาตินำร่างทรงตามหา เชื่อยังไม่ตายแต่ตกอยู่ในอันตราย

นางบัวลี ชาวบ้านท่าแก ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยญาติๆและเพื่อนบ้าน ออกตามหานายนิรันดร์ อายุ 25 ปี ลูกชายที่หายตัวไปอย่างลึกลับและมีเงื่อนงำ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความกับ รตท.เกียรติภูมิ ภูผาลินิน พนักงานสอบสวนเวร สภต.หนองบัวโคก เพื่อขอให้ติดตามหาลูกชายที่หายตัวไปอย่างลึกลับและมีเงื่อนงำ พร้อมนำหลักฐานที่เก็บได้ในบริเวณที่จุดสัญญาณโทรศัพท์ติดต่อกันครั้งสุดท้าย มีเสื้อ และกระเป๋าสะพายสีดำ

นางบัวลี เล่าว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน  ที่ผ่านมา ได้ติดต่อลูกชายทางโทรศัพท์ เวลาประมาณ 17.00 น.ว่า นายนิรันดร์ แจ้งว่ากำลังออกเดินทางจากกรุงเทพฯโดยขับรถยนต์ส่วนตัวกลับมาเอง พร้อมบอกให้แม่เตรียมกับข้าวไว้รอนะ จะกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย จากนั้นก็ได้ติดต่อกับนางบัวลีเป็นระยะ จนครั้งล่าสุดที่ติดต่อกันเมื่อเวลา 20.37 น. ของวันเดียวกัน เพื่อแจ้งแก่นางบัวลีว่า ขณะนี้ได้เดินทางใกล้จะถึงอำเภอจัตุรัสแล้ว หลังจากนั้นสัญญาณก็หายไป ตนและญาติๆก็ได้แต่ตั้งตารอลูกชายโดยได้เตรียมกับข้าวไว้ตามที่ลูกชายได้สั่งไว้ จนเวลาล่วงเลยข้ามคืนลูกหลานแต่ละครอบครัวก็เดินทางกลับมาถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ไม่ปรากฏลูกชาย พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ

นางบัวลีกล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านและญาติๆได้นำร่างทรงไปติดตามหาที่บริเวณทางแยกบ้านหนองสะแก ตำบลบ้านขาม อำเภอจัตุรัส จุดที่สัญญาณโทรศัพท์ขาดหาย จากการค้นหาตลอดทั้งวัน ได้พบกระเป๋าสะพายสีดำ พร้อมเสื้อยืดคอกลม ที่บริเวณจุดสัญญาณขาดหาย จึงได้นำมาให้นางบัวลีดูซึ่งนางบัวลีมีความรู้สึกว่าคุ้นๆกับเสื้อที่ได้เห็น เพื่อความมั่นใจจึงได้สอบถามลูกชายคนโต และได้รับการยืนยันว่าเป็นเสื้อของน้องชายชอบใส่ออกกำลังกาย

ส่วนร่างทรง พบว่ามีอาการคล้ายคนถูกผีเข้าสิงร่าง พูดจาด้วยเสียงแหบแห้งเหมือนอาการคนกำลังอยู่ในภาวะกดดันอย่างหนักใช้คำเรียกแทนตนเองว่ารัน  มีเพื่อนพยายายามซักถามว่า รันมึงอยู่ไหน ร่างทรงตอบด้วยเสียงแหบแห้งว่าเวลานี้ไม่สามารถบอกได้เพราะเหมือนมีผ้าคลุมหัวไว้ รู้สึกอึดอัดมากหายใจไม่ออก อยู่ห่างจากถนนพอสมควร เป็นทางลูกรังอยู่บนเนินสูง ข้างๆมีกอไม้คล้ายๆกอไผ่ จากการสอบถามของชาวบ้านกับร่างทรงสามารถจับคำพูดได้เป็นช่วงๆ

อย่างไรก็ตามนางบัวลีเชื่อว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ และมั่นใจว่าลูกไม่มีศัตรูกับใคร เป็นคนพูดจาไพเราะ อ่อนน้อมถ่อมตน มีระเบียบวินัย หลังเกณฑ์ทหารและจับได้ใบดำ ไม่ได้รับการคัดเลือก ทั้งที่ครอบครัวอยากให้เป็นทหาร ลูกชายก็ขออนุญาตนำเสื้อครุยปริญญาไปคืนร้านที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ครอบครัว ต่างมีความหวังว่าจะได้พบกับนายนิรันดร์ เพราะจากการที่ร่างทรงแจ้งมาว่ายังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น

วัยรุ่นเต้นยับฉลองสงกรานต์สร้างสรรค์ ซ้อมกันมาทั้งปี

วัยรุ่นเต้นยับฉลองสงกรานต์สร้างสรรค์ ซ้อมกันมาทั้งปี
วัยรุ่นเต้นยับฉลองสงกรานต์สร้างสรรค์ ซ้อมกันมาทั้งปี

เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสนุกสนานของคนไทย แต่ก็มักมีข่าวในทางลบออกมาให้เห็นทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มักก่อเหตุรุนแรง ทะเลาะวิวาท เมาสุรา รวมถึงโชว์อนาจารโป๊เปลือย จนทำลายบรรยากาศที่ควรจะมีแต่รอยยิ้มไปหมด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกลุ่มวัยรุ่นที่ทำตัวในทางเสื่อมเสียให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่สงกรานต์ปีนี้ก็ยังมีมุมดีๆ วัยรุ่นที่รวมกลุ่มกันทำสิ่งสร้างสรรค์ อย่างคลิปที่เฟซบุ๊ก Phanuwats Coffeemate Namsai ได้โพสต์เอาไว้ เป็นความน่ารักของกลุ่มวัยรุ่นเมืองแพร่กว่า 10 คน ทั้งชายและหญิงที่ออกมาวาดลวดลายออกลีลาการเต้นอย่างมืออาชีพ ทั้งสนุกสนานและพร้อมเพรียงเพราะผ่านการซ้อมมาอย่างดี ไม่มีโป๊เปลือยหรือท่าทางไม่สุภาพแต่อย่างใด ดูแล้วต้องอมยิ้มไปกับความน่ารัก

หลังคลิปถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ก็มีชาวโซเชียลมากดไลค์กดแชร์เป็นจำนวนมาก โดยต่างชื่นชมวัยรุ่นกลุ่มนี้และสนับสนุนให้ทุกคนเล่นสงกรานต์อย่างมีขอบเขต สุภาพ และสร้างสรรค์แบบนี้ ไม่ต้องเมา ไม่ต้องโป๊ ก็สนุกได้

ลุงแท็กซี่ก๊าซหมดปีนไปโทรศัพท์ พลัดตกทางด่วนดับอนาถ

ลุงแท็กซี่ก๊าซหมดปีนไปโทรศัพท์ พลัดตกทางด่วนดับอนาถ=
ลุงแท็กซี่ก๊าซหมดปีนไปโทรศัพท์ พลัดตกทางด่วนดับอนาถ

ลุงแท็กซี่ตาบอดหนึ่งข้าง ก๊าซหมดบนทางด่วน จอดรถปีนข้ามฝั่งไปโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แต่พลัดตกทางด่วนสูงเกือบ 10 เมตร นอนตายนานกว่า 6 ชม.จึงมีคนมาพบศพ

(18 เม.ย.) เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบศพนายสุพิศ อายุ 50 ปี ที่นอนเสียชีวิตอยู่ใต้ทางด่วนกาญจนาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าบางพลี ช่วงบริเวณก่อนถึงทางลงถนนศรีนครินทร์เล็กน้อย ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ โดยสภาพศพผู้ตายไม่มีบาดแผล ใกล้กับพบรองเท้า และแว่นตาแบบกรองแสงของผู้ตายตกอยู่ ส่วนที่ตาข้างซ้ายของผู้ตายพบความพิการของดวงตา ภายในตัวพบเงินสดอยู่จำนวนหนึ่ง

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบบนทางด่วนฯ บริเวณจุดเกิดเหตุ ใกล้กับด่านเก็บเงินทางลงถนนศรีนครินทร์ พบรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทย 9677 กทม. จอดเปิดฝากระโปรงด้านท้าย พบฝาครอบถังก๊าซ NGV ถูกเปิดทิ้งไว้ ภายในรถพบกระเป๋าสตางค์ของผู้ตาย ภายในมีเงินสดและบัตรต่างๆของผู้ตาย บริเวณตู้โทรศัพท์ฉุกเฉิน ตรงจุดเกิดเหตุพบรอยมือหลายแห่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย

ด้านเจ้าหน้าที่ทางด่วนฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ทางรปภ.ของด่านเก็บเงินพบรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่ารถแท็กซี่อาจจะมาจอดนอน กระทั่งได้รับแจ้งว่ามีชายแต่งกายคล้ายคนขับแท็กซี่นอนเสียชีวิตใต้ทางด่วน จึงมาตรวจสอบก็พบว่าบัตรที่อยู่ภายในรถตรงกับผู้ตาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะขับแท็กซี่มาถึงจุดเกิดเหตุ แล้วรถน่าจะดับเพราะก๊าซหมด จึงลงจากรถและพยายามปีนแผงปูนที่กันทางด่วนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ที่ตู้โทรศัพท์ฉุกเฉินติดตั้งอยู่ แต่เกิดพลาดท่าพลัดตกลงไปเสียชีวิต เนื่องจากระหว่างช่วงของทางด่วนนั้นจะมีช่องว่างอยู่ประมาณ 80 ซม.และจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางลงทางด่วน ทำให้ถนน 2 ฝั่ง ทำให้ถนนมีความลาดเอียงไม่เท่ากัน และต่างกันกว่า 1 เมตร ประกอบกับผู้ตายมีความพิการทางสายตาอยู่แล้วข้างหนึ่ง และช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางคืนด้วย จึงทำให้ผู้ตายอาจกะระยะผิดและพลัดตกลงไปเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ ได้มอบร่างนายสุพิศ ส่งสถาบันนิเวช เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการนินการตามกฎหมายต่อไป

หนุ่ม ปวส.ทำครูซึ้ง หอบเหรียญหลายพันมาลงทะเบียนเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจภาพที่ถูกแชร์เป็นกว้าง เด็กหนุ่มกำลังนั่งนับเงินเหรียญกองใหญ่ หลายพันบาท เพื่อนำมาใช้ในการลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง กลายเป็นภาพน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

เฟซบุ๊กคุณ Nuttarinee Suriwong ได้โพสต์แชร์ภาพดังกล่าว พร้อมกับลงเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นำเอาเงินเหรียญมาลงทะเบียนนักศึกษา ปวส.1 วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนเงิน 6,380 บาท พร้อมกับนั่งนับเหรียญให้ครบจำนวน

ตามรายงานยังระบุว่า เด็กหนุ่มคนนี้เก็บหอมรอมริบจากค่าขนมที่ผู้ปกครองให้วันละ 100 บาท แบ่งเก็บเอาไว้วันละ 20 บาท ก่อนจะนำมาลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ โดยไม่ได้ขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ครูอาจารย์รู้สึกประทับใจเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นอย่างมาก หลายคนโพสต์ให้กำลังใจเด็กหนุ่ม อีกทั้งยังรู้สึกทึ่งกับนิสัยการเก็บออมของเขา