นักท่องเที่ยวเปิดเพลงเสียงดัง บนภูทับเบิก โร่มอบตัว ถูกปรับ 500!

นักท่องเที่ยวเปิดเพลงเสียงดัง บนภูทับเบิก โร่มอบตัว ถูกปรับ 500!
นักท่องเที่ยวเปิดเพลงเสียงดัง บนภูทับเบิก โร่มอบตัว ถูกปรับ 500!

นักท่องเที่ยวเปิดเพลงเสียงดังบนภูทับเบิก โร่มอบตัว เจอโทษปรับ 500 บาท ก่อนยกมือไหว้ขอโทษทำเสื่อมเสีย

ที่ สภ.หล่มเก่า นายแทน อายุ 38 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี นักท่องเที่ยวบนภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งปรากฏในคลิปวิดีโอที่ก่อเหตุเปิดเสียงเพลงดัง กระทั่ง นายไกรสร กองฉลาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประณาม พร้อมจี้ให้นายอำเภอใช้กฎหมายทุกข้อเอาผิด ได้รุดเข้ามอบตัวต่อ นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า และ พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์

โดยนายแทนให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของร้านตกแต่งเครื่องเสียงรถใน จ.พิษณุโลก เพิ่งมาเที่ยวและพักค้างแรมบนภูทับเบิกเป็นครั้งแรก ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการและรับปากจะไม่กระทำอีก ทางพนักงานสอบสวนจึงลงโทษในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น โดยปรับเงิน 1,000 บาท แต่ผู้ต้องหารับสารภาพจึงลดโทษโดยปรับเพียง 500 บาท

จับได้แล้ว คนร้ายข่มขืน นทท.สาวชาวออสซี่ ที่ย่านตลิ่งชัน

จับได้แล้ว คนร้ายข่มขืน นทท.สาวชาวออสซี่ ที่ย่านตลิ่งชัน
จับได้แล้ว คนร้ายข่มขืน นทท.สาวชาวออสซี่ ที่ย่านตลิ่งชัน

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลียวัย 23 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายไทยลวงข่มขืนกระทำชำเราที่บริเวณข้างอาคารวัฏจักร ซอยบรมราชชนนี 43 ถนนบรมราชชนนี แขวง-เขตตลิ่งชั่น กรุงเทพ ก่อนที่ศาลแขวงตลิ่งชันจะได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ปรากฏตามภาพวงจรปิด ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ไปเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค. 59) นั้น (อ่านข่าว : ออกหมายจับ คนร้ายลวงสาวออสเตรเลียข่มขืน )

ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าชุดสืบสวน บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้า กก.สส.น.7 ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคนดังกล่าวได้แล้ว ที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร หลังคนร้ายได้หลบหนีไปกลบดานอยู่ที่บ้านญาติในพื้นที่ ทราบชื่อคือ นายเอกบุรุษ หรือป๊อก ฤทธิ์รักขพันธุ์ อายุ 23 ปี อาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์

ซึ่งจากการสอบสวนหลังจับกุมผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวจริง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกำลังจะนำตัวผู้ต้องหามายัง ศูนย์สืบสวน บช.น กรุงเทพฯ เพื่อให้ทางผู้เสียหายได้ชี้ตัวผู้ต้องหา และทำการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

“สิงห์บลูส์” กวาดเรียบ! เหมารางวัลยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกเดือนพ.ย.

"สิงห์บลูส์" กวาดเรียบ! เหมารางวัลยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกเดือนพ.ย.
“สิงห์บลูส์” กวาดเรียบ! เหมารางวัลยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกเดือนพ.ย.

ต้องบอกว่าเป็นเดือนของ “สิงห์บลูส์” เชลซี จริงๆ เพราะพวกเขาจัดการเหมาเกลี้ยงทั้งตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยม, นักเตะยอดเยี่ยม และประตูยอดเยี่ยมในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ไปครองแบบไม่แบ่งใครเลย

ความเคลื่อนไหวของถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ล่าสุด อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์เชลซี ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนพฤศจิกายนไปครอง นับเป็นกุนซือคนที่ 6 ของเชลซี ต่อจาก เคลาดิโอ รานิเอรี่, โชเซ่ มูรินโญ่, อัฟราม แกรนท์, คาร์โล อันเชลอตติ และ ราฟาเอล เบนิเตซ อีกทั้งเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันของเจ้าตัว เนื่องจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กุนซือชาวอิตาเลียนก็เพิ่งได้รางวัลนี้ไป

ขณะที่ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าทีมชาติสเปน ที่ยิงให้ต้นสังกัด 2 ประตู 2 แอสซิสต์ พร้อมช่วยทีมเก็บชัยชนะ 3 นัดติดในเดือนที่ผ่านมา ก็ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง
อีกรางวัลเป็นของ เปโดร โรดริเกซ สอยรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน จากลูกยิงประตูใส่ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมช่วยให้ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะไป 2-1

นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วย ที่ทั้ง 3 รางวัลประจำเดือนเป็นของทีมเดียวทั้งหมด

“ส่อหักมุม” รอผลตรวจอสุจิ ยืนยัน ตุ๊กตุ๊กข้าวสารข่มขืนนักท่องเที่ยวหรือไม่

“ส่อหักมุม” รอผลตรวจอสุจิ ยืนยัน ตุ๊กตุ๊กข้าวสารข่มขืนนักท่องเที่ยวหรือไม่
“ส่อหักมุม” รอผลตรวจอสุจิ ยืนยัน ตุ๊กตุ๊กข้าวสารข่มขืนนักท่องเที่ยวหรือไม่

คดีที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลีย เข้าแจ้งความว่าถูกคนขับรถตุ๊กๆย่านตรอกข้าวสารและเพื่อนล่อลวงไปข่มขืน จนเกิดความกังวลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ล่าสุด ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เปรียบเทียบกับคำให้การ อาจจะยังสรุปข้อสรุปข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าเป็นเช่นนั้น

วันนี้ (10 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงจรปิดตัวหนึ่ง บันทึกภาพนักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียได้ ระหว่างเดินทางออกจากถนนข้าวสารมุ่งหน้าไปแยกคอกวัว พบว่ามากับชายชาวต่างชาติสวมเสื้อสีดำคนหนึ่ง จากภาพแสดงให้เห็นชัดเจนว่า หญิงชาวออสเตรเลียอยู่ในอาการมึนเมามาก การตรวจสอบกล้องวงจรปิดเกิดขึ้นเนื่องจาก หญิงรายนี้ เข้าแจ้งความกับตำรวจสน.ตลิ่งชัน ว่าถูก คนขับรถตุ๊กๆ ที่ถนนคอกวัวล่อลวงไปกระทำชำเราที่อาคารร้างแห่งหนึ่งในซอยบรมราชชนนี 43

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปติดตามคดีกับสน.ตลิ่งชัน ก่อนจะเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า นักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียคนนี้หายไปจากกล้องวงจรปิด ระหว่างที่เดินจากถนนข้าวสารไปที่แยกคอกวัว กว่า 1 ชั่วโมงนับจากเวลาตามกล้องที่บันทึกได้ตัวสุดท้าย ทั้งที่ตามปกติจะใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที

ประกอบกับ กล้องวงจรปิดบนถนนคอกวัว พบว่า ในช่วงเวลานั้นมีรถตุ๊กๆอยู่ในจุดใกล้เคียง 5 คัน 3 คันมีผู้โดยสารอยู่แล้ว 1 คันบรรทุกของเต็มรถ ส่วนอีก 1 คัน แม้จะไม่มีผู้โดยสารแต่ระยะเวลาที่รถจอดห่างจากช่วงที่หญิงชาวออสเตรเลียปรากฏตัวที่ถนนคอกวัว นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดยังจับภาพไม่ได้ว่าหญิงคนนี้โดยสารรถตุ๊กๆออกไปหรือไม่ ทำให้ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ได้

ส่วนผลการตรวจร่างกายของหญิงชาวออสเตรเลียที่โรงพยาบาลศิริราชก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า ถูกกระทำชำเราจริง แต่ต้องรอการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ผลตรวจน้ำอสุจิ ที่จะระบุได้ว่า เป็นของชายสัญชาติใด ทั้งนี้ หากพบว่าหญิงชาวออสเตรเลียกุเรื่อง อาจต้องถูกดำเนินคดีความกลับ ฐานแจ้งความเท็จ

คลั่งหึงโหด! ขับกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ตกถนนพังยับเยิน

คลั่งหึงโหด! ขับกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ตกถนนพังยับเยิน

หนุ่มคลั่งหึงโหดขับรถกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ทำผู้ใช้เส้นทางหวาดผวาโทรแจ้ง 191 ก่อนพุ่งเฉี่ยวเข้ากับด้านข้างรถบรรทุกหกล้อ และเบียดปาดหน้ากันจนม้วนกลิ้งตกถนนลงไปหลายตลบ สุดท้ายตัวรถพังยับเยินเสียหายแหลกไปทั้ง 2 คัน

วันที่ 10 ธ.ค.59 เวลา 14.00 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีรถ 2 คัน คือ รถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กจ-6319 ฉะเชิงเทรา ถูกรถกระบะสีดำ หมายเลขทะเบียน บร-1562 ฉะเชิงเทรา พยายามไล่ชนและปาดหน้า ไปตามเส้นทางถนนสาย 3200 ฉะเชิงเทรา-บางน้ำเปรี้ยว และมีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบนท้องถนน สร้างความหวาดเสียวให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางน หลังรับแจ้งจึงได้วิทยุแจ้งไปยัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้นำกำลังไประงับเหตุดังกล่าว

ต่อมาในเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.เกษม เสนาประโคน รองสารวัตรสอบสวนเวร สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้แจ้งมีรถยนต์ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันพุ่งตกถนนจำนวน 2 คัน ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ พื้นที่ ม.9 ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ พร้อมนำกำลัง จนท.สายตรวจประจำตำบลโพรงอากาศ และชุดปราบปรามพิเศษ สภ.บางน้ำเปรี้ยว

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ จอดในลักษณะขวางลำอยู่ด้านข้างขอบไหล่ถนน ด้านหน้าตกลงไปยังภายในคูข้างทาง สภาพตัวรถพังทั้งคัน มีนายขวัญชัย อายุ 26 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเพียงเล็กน้อย

ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะคันสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า พุ่งตกลงไปยังภายในป่าละเมาะข้างทาง สภาพด้านหน้า และด้านหลังทางซ้ายพังยับเยิน มีนายกิตติชัย อายุ 28 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน หลังเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในรถทั้งสองคัน ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด

สอบสวนนายขวัญชัย ให้การว่า ถูก น.ส.ปาริฉัตร อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนได้ไหว้วานให้ไปรับ เพื่อที่จะพาน้องสาวกลับบ้าน โดยจะให้ไปส่งยังในเขตพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว แต่ระหว่างทางได้แวะนั่งดื่มกาแฟสดที่ร้านต้นหว้า บริเวณเยื้องด้านหน้าที่ทำการ อบต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จนนายกิตติชัยขับรถติดตามมาพบ จึงได้ตรงเข้ามาก่อเหตุทะเลาะวิวาท

ก่อนที่พวกตนจะพากันขึ้นรถและขับหลบหนีไปตามเส้นทางมุ่งหน้า อ.บางน้ำเปรี้ยว เพื่อที่จะไปส่งยังที่บ้านของน้องสาว น.ส.ปาริฉัตร แต่ได้ถูกนายกิตติชัย ขับรถไล่ตามประกบ และพยายามขับพุ่งเข้าชนท้าย และขับปาดกระแทกด้านข้างตัวรถมาตลอดเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำจนร่างของ น.ส.ปาริฉัตร กระเด็นออกไปยังด้านนอกตัวรถ แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นอะไรมากนัก นายขวัญชัยกล่าว

ขณะที่ น.ส.ปาริฉัตร ซึ่งได้กล่าวว่า รู้จักกับนายกิตติชัยมาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ในสมัยยังเรียนหนังสือ แต่เพิ่งได้มาคบหาเป็นแฟนกันได้เพียง 1 ปี โดยนายกิตติชัยตบตีตนแทบทุกวัน จึงได้พยายามที่จะหาทางเลิกรา แต่นายกิตติชัย ไม่ยินยอม และได้ตามมาราวีก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยที่ผ่านมานายกิตติชัยนั้นมีนิสัยนักเลง และชอบอาละวาด แม้กระทั่งมารดาของเขาเองก็ยังถูกนายกิตติชัยตบตี จนใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำมาแล้ว ตนจึงได้พยายามที่จะหาทางเลิกรา

ด้าน ร.ต.อ.เกษม กล่าวว่า ต้องรอสอบสวนพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ก่อน โดยในเบื้องต้นได้รับแจ้งว่าเป็นอุบัติเหตุ และได้รับการประสานมาทางวิทยุว่า เป็นเหตุไล่ทำร้ายกันมาก่อน จึงต้องทำการควบคุมตัวไปสอบสวนยังที่ สภ.บางน้ำเปรี้ยวโดยละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้มีรถยนต์ของผู้ใช้เส้นทางถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายที่ด้านท้ายรถ 1 คัน คือ รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-5310 ชลบุรี มีนายสงวนศักดิ์ อายุ 37 ปี เป็นคนขับ ได้ถูกรถทั้งสองคันที่ไล่กวดกันมาเบียดชนที่ด้านท้ายรถทางด้านขวา จนตัวรถด้านท้ายได้รับความเสียหายไปด้วย

KFC สร้างสรรค์ “เทียนหอม” กลิ่นไก่ทอดรุ่นลิมิเต็ด

KFC สร้างสรรค์ “เทียนหอม” กลิ่นไก่ทอดรุ่นลิมิเต็ด

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงาน ผู้เชี่ยวชาญไก่ทอดจากเคเอฟซี ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเคเอฟซีเอง คือ เทียนหอมกลิ่นไก่ทอด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกวดโดยเคเอฟซีนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในเวลาต่อมา ทางเคเอฟซีนิวซีแลนด์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า เทียนหอมนี้ จะเป็นสิ่งที่สามารถให้แสงสว่างในยามค่ำคืน ทั้งยังเป็นของที่มีจำกัด รวมถึงยังให้กลิ่นชวนหิวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคเอฟซี ได้ออกสินค้าที่มีกลิ่นไก่ทอดออกมา เนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เคเอฟซีได้ออกสินค้าครีมกันแดดกลิ่นไก่ทอดจำนวนเพียง 3,000 หลอด เพื่อโปรโมทไก่ทอดสูตรพิเศษสูตรใหม่

แท็กซี่เลือดเดือดมอบตัวแล้ว คลิปฟาดไม่ยั้งคนขับมินิสีแดง

คนขับแท็กซี่เข้ามอบตัวแล้ว หลังคลิปฉาวกระหน่ำฟาดคนขับมินิสีแดงไม่ยั้ง อ้างป้องกันตัว เหตุฉุนขับรถปาดหน้า

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (7 ธ.ค. 59) คนขับแท็กซี่โหดในคลิปใช้อาวุธฟาดใส่คนขับรถมินิคูเปอร์สีแดง ทั้งๆ ที่คู่กรณีจะยกมือไหว้ขอยุติเรื่อง ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มักกะสันแล้ว ทราบชื่อคือ นายวรนันท์ ศรีเมฆ (อ่านข่าว “แท็กซี่เลือดเดือด ไล่หวดคนขับมินิไม่ยั้ง ทั้งๆ ยกมือไหว้ขอโทษ” )

แท็กซี่เลือดเดือดมอบตัวแล้ว คลิปฟาดไม่ยั้งคนขับมินิสีแดง

โดยนายวรนันท์ ให้การว่าที่ทำลงไปนั้นเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากคู่กรณีได้ลงจากรถเพื่อที่จะมาหาตนเอง ด้วยความตกใจจึงนำอาวุธที่อยู่ในรถลงมาป้องกันตัว ไม่มีเจตนาตีให้ถูกจุดสำคัญจนเป็นเหตุถึงกับเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุนั้นเป็นเพราะไม่พอใจที่คู่กรณีคือ นายสุทธินันทน์ ผลสินธุ์ ที่ขับรถมินิสีแดง ได้เปลี่ยนช่องทางเดินรถเข้าเลนซ้าย ซึ่งเป็นช่องการเดินรถผ่านตลอดทำให้ปาดหน้ารถของนายวรนันท์ จึงทำให้เกิดบันดาลโทสะ ก่อนจะลงจากรถและทำร้ายร่างกายโดยใช้ท่อนเหล็กตีเข้าไปที่ผู้เสียหายหลายครั้งดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บกับนายวรนันท์ไว้ก่อน แต่ถ้าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บและพักรักษานานกว่า 20 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป

สลด! รถบัสชนปิกอัพหนองบัวลำภูดับ 2 ศพ เจ็บ 44

สลด! รถบัสชนปิกอัพหนองบัวลำภูดับ 2 ศพ เจ็บ 44

(4 ธ.ค.) เกิดอุบัติเหตุรถบัสประจำทางชนกับรถปิกอัพที่ ทล.210 ช่วง จ.หนองบัวลำภู มุ่งหน้า จ.เลย บริเวณ ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นากลาง อาสากู้ภัยรุดที่เกิดเหตุ ด้าน ร.ต.ท.สง่า ทองใบ พนักงานสอบสวน สภ.นากลาง เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น ว่า ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 44 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย โดยได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่ง รพ.นากลาง

ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติในครั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจาก รถบัสประจำทาง อดุรฯ-เมืองเลย หมายเลขทะเบียน 10-6741 อดรธานี เฉี่ยวชนกับรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมก หมายเลขทะเบียน ฆพ 5109 กทม. ก่อนที่รถอีซูซุจะพุ่งชนกับรถโตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน บบ 2589 เลย ซ้ำอีกคัน

ด้านรถบัสเสียหลักพุ่งตกข้างทางพุ่งชนต้นไม้ด้วยความแรง ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 2 ราย คือ ด.ช.พงศพัศ อายุ 14 ปี และ น.ส.พนิดา อายุ 37 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้เพิ่มเติม

“เจ้าสร้อยมาลา” ขายสมบัตินับพันชิ้นนำรายได้ถวายในหลวง ร.9

“เจ้าสร้อยมาลา” ขายสมบัตินับพันชิ้นนำรายได้ถวายในหลวง ร.9

เจ้าสร้อยมาลา อินเอี่ยม ณ จำปาสัก วัย 75 ปี ได้นำสมบัติทั้งแก้ว แหวน เงิน ทองคำ และอัญมณีอีกหลายชิ้น ซึ่งล้วนเป็นงานฝีมือของช่างลาวในอดีต ออกมาประมูล รวมถึงเครื่องเงินโบราณสมบัติเก่าแก่ที่เป็นมรดกตกทอด และเก็บสะสมมานับ 100 ชิ้น โดยเฉพาะสลุงเงิน หรือขันเงิน ลวดลายวิถีชีวิตของผู้คนในบทของชาวลาวสมัยก่อน ที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 9 กิโลกรัม ราคากว่า 2 ล้านบาท ก็เป็นหนึ่งในกรุสมบัติของเจ้าสร้อยมาลาที่นำมาประมูลในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีผ้าไหม และผ้าทอพื้นเมืองโบราณเก่าเก็บจากลาวอีกนับพันผืน ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์เฮือนไหมเจ้าสร้อย มีราคาตั้งแต่หลักพันบาท ไปจนถึงหลักล้านบาท โดยราคาที่ตั้งขึ้นนั้นได้มีการตีราคาตามที่เจ้าหน้าที่กรมหมอนไหม มาตรวจสอบให้ เพราะหลายผืนมีความเก่าแก่ บางผืนใช้เส้นทองถักทอลวดลาย เมื่อถูกแสงไฟกระทบจะมีประกายระยิบระยับสวยงาม ส่วนผืนที่แพงที่สุดมีราคากว่าล้านบาท แต่ไม่ได้นำออกมาจัดโชว์ ซึ่งหากใครสนใจสามารถติดต่อเพื่อขอชมและประมูลได้

ทั้งนี้ เจ้าสร้อยมาลา บอกว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับสามีอดีตที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาทำบุญมาตลอดชีวิตจนถูกสามีเรียกว่า อีนางตนบุญ แต่สาวนตัวเชื่อว่าการทำบุญจะทำให้ได้รับอานิสงค์ เพราะคนยิ่งทำบุญ ก็ยิ่งมั่งมี จึงเดินหน้าทำบุญไม่หยุดและตอนนี้อายุมากแล้ว จึงคิดว่าเมื่อสิ้นบุญทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ก็นำติดตัวไปไม่ได้ รวมทั้งอยากแบ่งปันให้คนอื่นได้ชื่นชม ได้ใส่บ้าง จึงอยากแบ่งปันความสุขให้ โดยนำออกมาประมูลเพื่อนำรายได้ไปทำบุญ

คณะสงฆ์ไทยทั่วโลก เตรียมสวดเจริญชัยมงคลคาถา ถวายพระพร รัชกาลที่ 10

คณะสงฆ์ไทยทั่วโลก เตรียมพร้อมจัดสวดเจริญชัยมงคลคาถา ถวายพระพร รัชกาลที่ 10 โดยให้ย่ำฆ้อง กลองระฆัง ตามโบราณราชประเพณี

วันที่ 1 ธันวาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า พระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) ได้แถลงหลังการประชุม มส. เมื่อวานนี้ (30 พฤศจิกายน) ว่า ที่ประชุม มส. มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วโลกเตรียมพร้อม หลังจากที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ และเมื่อพระองค์ทรงรับ ประธาน สนช. จะแจ้งให้ประชาชนทราบผ่านทางการถ่ายทอดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้เมื่อได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขอให้ทุกวัดทั่วโลกย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง พร้อมเจริญชัยมงคลคาถาโดยพร้อมเพรียงกัน ตามโบราณราชประเพณีที่สืบมา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อประเทศชาติต่อไป