คาโต๊ะ! ทหารจับนักพนันบอล หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจ

คาโต๊ะ! ทหารจับนักพนันบอล หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจ
คาโต๊ะ! ทหารจับนักพนันบอล หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจ

ทหารสนธิกำลังตำรวจ สน.บางโพงพาง จับโต๊ะบอลย่านสาธุประดิษฐ์ ของนายดาบฝ่ายสืบสวน สน.เดียวกัน พบของกลางจำนวน พบว่า เปิดมานานหลายปี มีเงินหมุนต่อวัน 50,000 ถึง 100,000 บาท เบื้องต้นคุมตัวนายดาบพร้อมสมุนเดินโพยอีก 2 ราย ดำเนินคดี

วันที่ 8 พ.ย. 2557 พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ สังกัดกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังทหารจากกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เข้าตรวจสอบภายในซอยสาธุประดิษฐ์ 34 หลังได้รับการร้องเรียนว่า ซอยสาธุประดิษฐ์มีการลักลอบเล่นการพนันฟุตบอล โดยทหารสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 11 คน ซึ่ง 1 ในนั้น คือ ด.ต.มงคล หวังล้อมกลาง ผู้บังคับหมู่ สืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง

จากการตรวจค้นในซอยสาธุประดิษฐ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทหารพบอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโล โพยพนันฟุตบอลหลายรายการและเงินสด 50,000 บาท เบื้องต้นทหารควบคุมตัว ด.ต.มงคล โดยพบว่า มีพฤติกรรมรับคุมการเล่นพนันฟุตบอลทั้งหมดในย่านสาธุประดิษฐ์ และข้อมูลของทหารยังพบว่า มีข้าราชการเกี่ยวข้องกับโต๊ะพนันฟุตบอลนี้อีกหลายคน

ก่อนหน้านี้ทหารชุดนี้เข้าตรวจค้นในซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และซอย 39 โดยสามารถควบคุมตัวเด็กเดินโพยพนันฟุตบอลพร้อมโพยพนันฟุตบอล จำนวนหนึ่ง จึงขยายผลมาตรวจค้นในซอยสาธุประดิษฐ์ 34 และจะนำของกลางพร้อมผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพางต่อ ไป

ตำรวจอินโดฯหน้าแตก! คิดว่าบริษัทเกมเป็นบ่อนการพนัน

ตำรวจอินโดฯหน้าแตก! คิดว่าบริษัทเกมเป็นบ่อนการพนัน
ตำรวจอินโดฯหน้าแตก! คิดว่าบริษัทเกมเป็นบ่อนการพนัน

เกิดเหตุประหลาดสุดฮาขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการณ์ลับ ได้บุกเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft สาขายกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ทีมงานยังคงพัฒนาเกมกันอยู่ปกติ สร้างความตืนตระหนกให้กับเหล่าทีมงานนักสร้างเกมเป็นอย่างมาก เพราะตำรวจชุดแรกที่บุกเข้ามาตรวจค้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่บุกรุกผ่านเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทเข้ามา ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจะตามมาทีหลัง

บริษัท Gameloft หลายท่านอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นบริษัทพัฒนาเกมมือถือชื่อดัง ซึ่งมีเกมสนุกในสังกัดมากมาย อย่างเช่นเกมส์ยิง Modern Combat , เกมส์รถแข่ง Asphalt และอื่นอีกมากมาย ซึ่งพวกเขามีฐานผลิตและพัฒนาเกมในอินโดนีเซีย เป็นสาขาใหญ่ของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย

สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียบุกเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft ก็เพราะมีประชาชนในท้องถิ่นแถวนั้น แจ้งตำรวจไปว่า บริษัทนี้เป็นบ่อนการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดของประชาชนแถวนั้น เพราะทางบริษัทไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับการพนัน เพียงแต่มีเรื่องของการแจกรางวัลให้กับผู้ที่เล่นเกมชนะเท่านั้น ก็เลยทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดนั่นเอง โดยหลังจากที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบริษัท Gameloft อยู่พักหนึ่ง แล้วพบว่าไม่ใช่บ่อนการพนันผิดกฎหมาย ก็ถอนกำลังกลับไป แต่ก็ยังมีการสอบปากคำผู้บริหาร เกี่ยวกับของรางวัลที่ทางบริษัทแจกให้กับคนเล่นเกมด้วย

แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น แต่ก็สร้างความตกใจให้กับพนักงานและเหล่าคนในวงการเกมของอินโดนีเซียมากทีเดียว เพราะตำรวจไม่ยอมตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน คิดว่าบริษัทเกมส์เป็นบ่อนการพนันซะงั้น (ก่อนหน้านี้ที่อเมริกา ก็มีกรณีตำรวจวิสามัญคนแต่งคอสเพลย์ เพราะคิดว่าถือดาบซามูไรของจริงไปทีหนึ่งแล้ว)

รวบหนุ่มใหญ่หลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่ว สูญกว่า 25 ล้าน

รวบหนุ่มใหญ่หลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่ว สูญกว่า 25 ล้าน
รวบหนุ่มใหญ่หลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่ว สูญกว่า 25 ล้าน

บช.น. แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ฉ้อโกงหลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่ว ขณะสารภาพก่อเหตุหลายพื้นที่มีผู้เสียหายสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวน และตำรวจ สน.โชคชัย แถลงผลการจับกุม นายสำราญ ฤกษ์ดี หรือ วุฒิศักดิ์ หรือ หนึ่ง หรือ บ่าว อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีลงวันที่ 2 ก.พ. 2558 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ่อโกง” พร้อมของกลางรถยนต์ป้ายแดง 2 คัน, เอกสารอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งวันนี้ไม่ได้เดินทางมาแถลงข่าวด้วยเนื่องจากมีอาการป่วย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนได้จับกุม นางวันเพ็ญ สิทธิรัตน์ หรือ เจ๊แหม่ม อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายหลอกเล่นพนันกำถั่ว ได้เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาจึงทำการขยายผล โดยมีพลเมืองดีได้เข้าแจ้งเบาะแสของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวจนนำมาสู่การเข้าจับกุม นายสำราญ ผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าในเครือข่ายดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ รวมทั้งระบุว่า ได้ร่วมกับพวกก่อเหตุโดยเลือกตระเวนหาป้ายประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ และล้อลวงให้ไปเล่นพนันกำถั่ว จนเหยื่อเสียเงินเป็นจำนวนมาก สำหรับเงินที่ได้ก็จะนำไปแบ่งกัน และนำไปซื้อทรัพย์สินที่มีราคาแพง บางส่วนก็จะนำไปเล่นการพนัน นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มของ นายสำราญ ได้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ รวมถึงต่างจังหวัดซึ่งมีผู้ร้องทุกข์ไว้แล้ว มูลค่าความเสียหายประมาณ 25 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจหนุ่มผีพนันสิง บุกเดี่ยวยิงปล้น หนีไม่พ้นคุก

ตำรวจหนุ่มผีพนันสิง บุกเดี่ยวยิงปล้น หนีไม่พ้นคุก
ตำรวจหนุ่มผีพนันสิง บุกเดี่ยวยิงปล้น หนีไม่พ้นคุก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้แถลงข่าวจับกุมตัว ส.ต.ต.ปริญญา ทองภู อายุ 29 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.แนงมุด จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ธ.ค.) ก่อนจะหลบหนีไป

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายธนูศิลป์ ปุ้งปูน อายุ 34 ปี ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนยิงใส่แผ่นหลังและหัวไหล่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบภาพหลักฐานรถจักรยานยนต์คนร้ายอย่างชัดเจน ซึ่งขับหลบหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนจับกุมตัวได้ในทันที ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ เบื้องต้น ส.ต.ต.ปริญญา ให้การรับสารภาพว่า มีปัญหาเกี่ยวกับทางการเงิน เนื่องจากติดหนี้พนันฟุตบอล โดยเฉพาะเมื่อวันศึกแดงเดือด เสียเงินพนันให้กับทีมลิเวอร์พูล เป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท แต่ไม่มีเงินมาใช้หนี้ก้อนดังกล่าว

ส.ต.ต.ปริญญา ยังเปิดเผยอีกว่า คิดก่อเหตุเพียงคนเดียว ประกอบช่วงนี้มีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาวด้วย เมื่อพบ นายธนูศิลป์ ผ่านมาจึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์ทันที โดยไม่ได้วางแผนมาล่วงหน้า เป็นเหตุทำให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังก่อเหตุได้เก็บตัวหลบซ่อนอยู่ในบ้าน กระทั่งถูกจับกุมได้ในที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รู้ไหม? เล่นการพนันในบริษัท มีโทษอย่างไร ?

เห็นว่ากระแสเรื่องลอตเตอรี่ เรื่องหวยกำลังมาแรง ผมจึงอยากจะนำเรื่องนี้มาแชร์ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ยังชอบหารายได้พิเศษด้วยการเสี่ยงโชค โดยคิดว่าเงินคงจะได้มาง่าย ๆ ด้วยการเล่นการพนัน

แถมยังเล่นการพนันเสี่ยงโชคกันในบริษัทอีกต่างหากน่ะสิครับ !

เรื่องก็มีอยู่ว่า นายใหญ่ (นามสมมติ) ชวนเพื่อน ๆ รวม 7 คน ตั้งวงเล่นไฮโลกันในบริษัทอย่างสนุกสนาน ทั้ง ๆ ที่บริษัทก็มีกฎระเบียบประกาศแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบอยู่แล้วว่า ห้ามเล่นการพนันภายในบริษัท พนักงานต้องไม่ทำความผิดอาญาโดยเจตนา

แม้ว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีก็ตาม ถ้าบริษัทจับได้มีโทษถึงไล่ออก แต่นายใหญ่และพวกก็ยังฝ่าฝืน

พอบริษัทจับได้ว่า นายใหญ่และพวกเล่นการพนัน ก็เลยลงโทษไล่ออก (ภาษากฎหมายแรงงานจะเรียกว่า “เลิกจ้าง”) โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน เพราะถือว่านายใหญ่และพวกฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน เป็นการกระทำความผิดในกรณีร้ายแรง

ปรากฏว่านายใหญ่และพวกรวม 7 คน ก็เลยยกโขยงไปฟ้องศาลแรงงาน เพื่อเรียกร้องขอค่าชดเชยตามอายุงาน, ค่าเสียหาย, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า แถมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละ 15 ต่อปีอีกแน่ะ (แหม..ช่างกล้านิ อิ อิ)

ยัง..ยังไม่พอ ยังฟ้องขอให้ศาลท่านพิพากษาให้บริษัทรับนายใหญ่และพวกกลับเข้าทำงาน โดยนับอายุงานต่อเนื่องอีกต่างหาก (คิดได้ยังไงเนี่ย….)

เรื่องก็เลยต้องขึ้นศาลแรงงาน ตามคดีที่ ฎ.1839/2554

ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางท่านตัดสินยกฟ้อง พูดง่าย ๆ ว่านายใหญ่และพวกรวม 7 คน ตกงานไปโดยไม่มีสิทธิในการเรียกร้องอะไร (ตามข้างต้น) ทั้งหมด

แต่นายใหญ่และพวกก็ยังอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยบอกว่า…พวกเขาเพิ่งเล่นการพนันเป็นครั้งแรก

แม้จะเป็นการทำผิดทางวินัยในด้านชื่อเสียงของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงต้องลงโทษด้วยการตักเตือนด้วยวาจา หรือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน ถึงจะถูกต้อง จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยทันทีอย่างนี้ไม่ได้

แปลความง่าย ๆ ว่า นายใหญ่กับพวกยอมรับว่าตนเองกับพวกเล่นการพนันในบริษัทจริง ยอมรับว่าทำผิดวินัยจริง แต่เพิ่งเล่นการพนันเป็นครั้งแรกเอง…บริษัทจะใจจืดใจดำถึงกับเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยกันเชียวเหรอ

ทางที่ดีบริษัทควรออกหนังสือตักเตือนก่อนจะดีกว่าไหม เพราะตนเองและพวกเพิ่งเล่นการพนันกันเป็นครั้งแรก ยังไม่น่าจะถือเป็นความผิดร้ายแรงขนาดนั้น คือพูดง่าย ๆ ว่า นายใหญ่แกเริ่ม “แถ” ไปเรื่อย ๆ ว่า ความผิดของตนเองและพวกนั้นเพียงจิ๊บ ๆ บริษัทอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย

ซึ่งศาลฎีกาท่านก็มีคำพิพากษาออกมาอย่างนี้ครับ….

“….การที่โจทย์กับพวกเล่นการพนันประเภทไฮโลในบริเวณบริษัทจำเลย นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดอาชญากรรม เป็นชนวนให้เกิดการวิวาทบาดหมางในหมู่พนักงานด้วยกัน ทำลายความสามัคคีของหมู่คณะ ทั้งยังทำให้ผลงานของลูกจ้างลดน้อยลง และอาจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายทางชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดครั้งแรกและโจทก์สำนึกผิดหรือไม่ก็ตาม

การกระทำของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับการทำงานของจำเลย และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรง

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) การกระทำของโจทก์มิใช่เป็นเพียงการกระทำผิดวินัยที่ทำให้เสียหายด้านชื่อเสียงต่อจำเลยเพียงอย่างเดียว อันจะลงโทษได้โดยการตักเตือนเท่านั้น

เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยสาเหตุที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีที่ร้ายแรง จึงเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุผลสมควร การเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม”

เป็นไงล่ะ..จ๋อยไปน่ะสิครับ แถไม่ออก เพราะนายใหญ่ และพวกบอกว่าไม่ร้ายแรง แต่ศาลท่านเห็นว่าเป็นความผิดกรณีร้ายแรงนะครับ แม้ว่าจะอ้างว่าเพิ่งเล่นเป็นครั้งแรกก็ตาม !

จากคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น คงจะทำให้คนที่คิดหาลำไพ่พิเศษในบริษัทด้วยการเล่นการพนัน จะได้รับทราบไว้นะครับว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง แม้จะมาอ้างว่าเพิ่งจะทำความผิดเป็น “ครั้งแรก” ก็ตาม

ก่อนปิดท้ายเรื่องนี้ ผมก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า การเล่นหวย หรือเล่นพนันบอล ฯลฯ ก็อยู่ในฐานความผิดในเรื่องเล่นการพนันเช่นเดียวกัน อย่าคิดว่าการพนันคือการตั้งวงเล่นไพ่ หรือวงไฮโลเท่านั้นนะครับ

มีคำโบราณเคยบอกเอาไว้ว่า “โจรขึ้นบ้านสิบครั้งยังไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว

…แต่ไฟไหม้บ้านสิบครั้งก็ยังไม่เท่ากับการเล่นการพนันเพียงครั้งเดียว” เพราะการพนันจะทำให้คนคนนั้นสูญเสียทุกสิ่งอย่างไปในที่สุด

เเท็กที่เกี่ยวข้อง

พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว

พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว
พนังงานแบงค์ฉก 19 ล้าน! สารภาพหมด ติดพนันบอล-ใช้เงินเกินตัว

ตำรวจควบคุมตัวพนักงานบริษัทขนเงิน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังขโมยเงินกว่า 19 ล้านบาท เบื้องต้นสารภาพเอาเงินไปเล่นพนัน

(2 ส.ค.) พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ควบคุมตัว นายสมโภชน์ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ศูนย์บริหารและจัดการธนบัตร ธนาคารกรุงไทยจำกัด สาขาขอนแก่น หลังก่อเหตุขโมยเงินที่นำฝากในตู้เอทีเอ็มเป็นเงินกว่า 19 ล้านบาท

โดยได้นำตัว นายสมโภชน์ มาทำแผนผระกอบคำรับสารภาพ บริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ถนนหลังศูนย์ราชการ หน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2 ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ นายสมโภชน์ ได้อาศัยช่วงที่เพื่อนลงไปรับประทานอาหาร ขโมยเงินที่จะนำเข้าตู้เอทีเอ็มไป

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า นายสมโภชน์ ได้ลงมือลักทรัพย์เงินมานานกว่า 6 เดือน ซึ่งจะอาศัยช่วงที่นำเงินเข้าไปในตู้เอทีเอ็ม แล้วจะนำเงินที่ค้างในตู้เอทีเอ็มออกมา โดยเพื่อนร่วมงานไม่ทราบพฤติกรรมนี้ของตัวเอง รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท
จนกระทั่ง ทางบริษัทเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ นายสมโภชน์ จึงได้ขอลางานและหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งถูกตำรวจติดตามตัวจับกุมได้ที่ สปป.ลาว เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) สำหรับเหตุจูงใจในการก่อเหตุ นายสมโภชน์ สารภาพว่า ต้องการนำเงินมาเล่นพนันฟุตบอลและใช้จ่ายทั่วไป ประกอบกับเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินเกินตัว จึงได้ลงมือก่อเหตุ เพราะมีประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี จึงรู้ช่องทางการลักทรัพย์เป็นอย่างดี

ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการจะมีอีกหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพื่อนร่วมงานทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินที่ยึดคืนกลับมาได้ ขณะนี้มีเงินสดจำนวนประมาณ 1,800,000 ล้านบาท และทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังขยายผลยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ นายสมโภชน์ อยู่

ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน
ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ภรรยาและบุตรสาวของนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของพระราม9คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อพบพนักงานสอบสวนโดยรอยืนยันภาพสเกตของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 ราย เพื่อให้พนักงานสอบสวนใช้ในการนำไปขอศาลออกหมายจับ พร้อมกันนี้ภรรยาและบุตรสาวเขื่อว่าปมสังหารมีความเกี่ยวข้องกับนางก้อย (นามสมมุติ) เนื่องจากมีปัญหาหนีสินกับนายสมยศ และสาเหตุที่สงสัยนางก้อยมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากในวันเกิดเหตุมีความพยายามในการสอบถามถึงนายสมยศว่าอยู่ที่ใด ซึ่งครอบครัวไม่ได้บอกใครมีเพียงนางก้อยที่รับทราบข้อมูลจากตน

ส่วนกรณีที่นางก้อยให้การอ้างว่าก่อนนี้มีการชำระหนีสินคืนให้นายสมยศเป็นฉโนดที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดชุมพรนั้นก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนกรณีขัดแย้งที่ดินย่านพระราม 9 ไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักไปที่กรณีของนางก้อยมากกว่า

ด้าน ตร.ตั้งประเด็นการสอบสวนยังคงมี 3 ประเด็นคือ เรื่องการพนัน , เรื่องคดีความ และ เรื่องที่ดินย่านพระราม9 ซึ่งยังไม่ได้ตัดประเด็นไหนออก พร้อมขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับสองคนร้ายตามภาพสเก็ต โดยทั้งสองคนเป็นชายไทยอายุประมาณ30ปีเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้น1คนทำหน้าที่ขี่จักรยานยนต์ และผมยาวสวมหมวกแก๊ปสีฟ้า1คนทำหน้าที่ก่อเหตุยิง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธปืน ซึ่งมีประจักษ์พยานคือพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานภายในร้านที่เกิดเหตุยืนยันภาพตามสเกตช์เนื่องจากเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน
ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน
บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.พ.) คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนัน

เนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท

นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล

นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล
นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล

ที่ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร แถลงข่าวข้อเท็จจริง กรณีเหตุคนร้ายดักปล้น พ่อค้าควายชาวสกลนคร สูญ 2 แสนบาท เงินที่เพิ่งได้จากการขายควาย 4 ตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2558 เวลา 19.00 น.ถนนพังขว้างใต้-ดงขุมข้าว ช่วงหมู่ 3 บ้านดงขุมข้าว ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ผู้เสียหายคือ นายถนอม หรือ นายฮ้อยโจ้ อายุ 45 ปี

นายฮ้อยโจ้ ให้การอ้างว่า คนร้าย 3 คน ได้ทุบกระจกหน้ารถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน บธ 3383 สกลนคร ติดตั้งโครงเหล็ก เพื่อบรรทุกควาย แล้วเปิดประตูล้วงเอาเงิน จากกระเป๋าคาดเอวไปจำนวน 2 แสนบาท โดยไม่ทำร้าย

แต่จากการให้การไม่ตรงกับความเป็นจริงกับมูลเหตุที่เกิดขึ้น เช่น คนร้ายใช้ค้อนทุบรถและดึงเอาเงินจากกระเป๋าคาดเอว และจากคำให้การถึงรูปพรรณของคนร้าย ให้การวกวน และที่สำคัญพื้นที่ที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้บ้านเรือนประชาชน แต่ไม่มีใครทราบเรื่องถึงการปล้นทรัพย์ดังกล่าว

และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงที่ผู้เสียหายอ้างว่า คนร้ายได้เปิดประตูรถกระบะแล้วล้วงเอาเงินสดก็ไม่พบลายนิ้วมือ พบแต่เพียงลายนิ้วมือของนายถนอมเท่านั้น หลักฐานมัดแน่นหนา เลยสารภาพเจ้าหน้าที่ว่าตนเองเป็นคนกุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด
โดย นายถนอม ให้การสารภาพว่า ตนได้เดินทางไปยัง จ.มุกดาหาร จริง แต่เพื่อนที่ร่วมเดินทางได้ชักชวนไปเล่นไฮโล ซึ่งเป็นบ่อนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร เสียการพนันหมด และคิดไม่ตก ตนไม่รู้จะทำอย่างไร กลับบ้านก็ต้องเจอเมียด่าว่าไม่ได้เงินจากการขายควาย เลยคิดแผนการทุบรถถูกปล้นทรัพย์

ก่อนถึงบ้านประมาณ 5 กม.เลยเอาก้อนหินมาทุบรถและแจ้ง 191 ว่าตนเองถูกปล้นเงิน โดยคนร้าย 3 คนฉกทรัพย์ไปจนหมด ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิด ลุกลามไปไกลขนาดนี้ ตนขอโทษประชาชนชาวสกลนครที่ตกใจว่ามีโจรตระเวนอยู่แถวนี้ ตนเป็นคนกุเรื่องนี้ขึ้นทั้งหมด ฝากขอโทษอีกครั้ง และฝากถึงผู้ที่ชอบเล่นการพนันด้วยว่าเงินไม่ได้หามาง่ายๆ การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาแจ้งความเท็จ มาตรา 173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท