ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน
ครอบครัวเชื่อ ‘ก้อย’ สาวคนสนิทรู้เห็นการตาย ‘สมยศ’ ปมโกงหนี้พนัน 20 ล้าน

ภรรยาและบุตรสาวของนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของพระราม9คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อพบพนักงานสอบสวนโดยรอยืนยันภาพสเกตของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 ราย เพื่อให้พนักงานสอบสวนใช้ในการนำไปขอศาลออกหมายจับ พร้อมกันนี้ภรรยาและบุตรสาวเขื่อว่าปมสังหารมีความเกี่ยวข้องกับนางก้อย (นามสมมุติ) เนื่องจากมีปัญหาหนีสินกับนายสมยศ และสาเหตุที่สงสัยนางก้อยมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากในวันเกิดเหตุมีความพยายามในการสอบถามถึงนายสมยศว่าอยู่ที่ใด ซึ่งครอบครัวไม่ได้บอกใครมีเพียงนางก้อยที่รับทราบข้อมูลจากตน

ส่วนกรณีที่นางก้อยให้การอ้างว่าก่อนนี้มีการชำระหนีสินคืนให้นายสมยศเป็นฉโนดที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดชุมพรนั้นก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนกรณีขัดแย้งที่ดินย่านพระราม 9 ไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักไปที่กรณีของนางก้อยมากกว่า

ด้าน ตร.ตั้งประเด็นการสอบสวนยังคงมี 3 ประเด็นคือ เรื่องการพนัน , เรื่องคดีความ และ เรื่องที่ดินย่านพระราม9 ซึ่งยังไม่ได้ตัดประเด็นไหนออก พร้อมขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับสองคนร้ายตามภาพสเก็ต โดยทั้งสองคนเป็นชายไทยอายุประมาณ30ปีเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้น1คนทำหน้าที่ขี่จักรยานยนต์ และผมยาวสวมหมวกแก๊ปสีฟ้า1คนทำหน้าที่ก่อเหตุยิง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธปืน ซึ่งมีประจักษ์พยานคือพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานภายในร้านที่เกิดเหตุยืนยันภาพตามสเกตช์เนื่องจากเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน
ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน
บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.พ.) คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนัน

เนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท

นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล

นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล
นายฮ้อยสารภาพกุเรื่องถูกปล้น 2 แสน กลัวเมียด่าเสียพนันไฮโล

ที่ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร แถลงข่าวข้อเท็จจริง กรณีเหตุคนร้ายดักปล้น พ่อค้าควายชาวสกลนคร สูญ 2 แสนบาท เงินที่เพิ่งได้จากการขายควาย 4 ตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2558 เวลา 19.00 น.ถนนพังขว้างใต้-ดงขุมข้าว ช่วงหมู่ 3 บ้านดงขุมข้าว ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ผู้เสียหายคือ นายถนอม หรือ นายฮ้อยโจ้ อายุ 45 ปี

นายฮ้อยโจ้ ให้การอ้างว่า คนร้าย 3 คน ได้ทุบกระจกหน้ารถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน บธ 3383 สกลนคร ติดตั้งโครงเหล็ก เพื่อบรรทุกควาย แล้วเปิดประตูล้วงเอาเงิน จากกระเป๋าคาดเอวไปจำนวน 2 แสนบาท โดยไม่ทำร้าย

แต่จากการให้การไม่ตรงกับความเป็นจริงกับมูลเหตุที่เกิดขึ้น เช่น คนร้ายใช้ค้อนทุบรถและดึงเอาเงินจากกระเป๋าคาดเอว และจากคำให้การถึงรูปพรรณของคนร้าย ให้การวกวน และที่สำคัญพื้นที่ที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้บ้านเรือนประชาชน แต่ไม่มีใครทราบเรื่องถึงการปล้นทรัพย์ดังกล่าว

และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงที่ผู้เสียหายอ้างว่า คนร้ายได้เปิดประตูรถกระบะแล้วล้วงเอาเงินสดก็ไม่พบลายนิ้วมือ พบแต่เพียงลายนิ้วมือของนายถนอมเท่านั้น หลักฐานมัดแน่นหนา เลยสารภาพเจ้าหน้าที่ว่าตนเองเป็นคนกุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด
โดย นายถนอม ให้การสารภาพว่า ตนได้เดินทางไปยัง จ.มุกดาหาร จริง แต่เพื่อนที่ร่วมเดินทางได้ชักชวนไปเล่นไฮโล ซึ่งเป็นบ่อนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร เสียการพนันหมด และคิดไม่ตก ตนไม่รู้จะทำอย่างไร กลับบ้านก็ต้องเจอเมียด่าว่าไม่ได้เงินจากการขายควาย เลยคิดแผนการทุบรถถูกปล้นทรัพย์

ก่อนถึงบ้านประมาณ 5 กม.เลยเอาก้อนหินมาทุบรถและแจ้ง 191 ว่าตนเองถูกปล้นเงิน โดยคนร้าย 3 คนฉกทรัพย์ไปจนหมด ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิด ลุกลามไปไกลขนาดนี้ ตนขอโทษประชาชนชาวสกลนครที่ตกใจว่ามีโจรตระเวนอยู่แถวนี้ ตนเป็นคนกุเรื่องนี้ขึ้นทั้งหมด ฝากขอโทษอีกครั้ง และฝากถึงผู้ที่ชอบเล่นการพนันด้วยว่าเงินไม่ได้หามาง่ายๆ การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาแจ้งความเท็จ มาตรา 173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

“นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” ชี้แจง ป้าย “FUN 88” เป็นเว็บข่าวสารกีฬา ไม่ใช่เว็บพนัน!?

"นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี" ชี้แจง ป้าย "FUN 88" เป็นเว็บข่าวสารกีฬา ไม่ใช่เว็บพนัน!?
“นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี” ชี้แจง ป้าย “FUN 88” เป็นเว็บข่าวสารกีฬา ไม่ใช่เว็บพนัน!?

หลังจากที่สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้โดนติติงเรื่องการนำป้ายโฆษณาที่ดูสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายการพนันมาไว้ที่ข้างสนาม จากแฟนเพจ”FAIR”ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ

รวมไปถึงข้อเสนอแนะจากแฟนบอลทั่วประเทศที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว

ทางสโมสรต้องของน้อมรับทุกคำแนะนำ และ ขอแจ้งให้ทราบไปทิศทางเดียวกันว่าตอนนี้เราได้ส่งหนังสือเพื่อชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ซึ่งสโมสรขอเรียนว่า “FUN 88 ครบเครื่องเรื่องกีฬา” เป็นผู้สนับสนุนของสโมสรฯ ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรวมรวบและให้ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ด้านการกีฬาต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ (Online Sports News Media)

ทั้งนี้ สโมสรฯ ไม่มีนโยบายในการสนับสนุนการพนันในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น และสโมสรฯ ได้มีข้อตกลงชัดเจนกับผู้ให้การสนับสนุนว่าสินค้าหรือบริการของผู้ให้การสนันสนุน จะต้องเป็นสินค้าหรือบริการที่ถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน

ไม่ว่าผลพิจารณาจากทางสมาคมฯจะออกมาอย่างไร ทางสโมสรขอน้อมรับพร้อมที่จะนำไปแก้ไขปฏิบัติให้ถูกต้อง และ ทำตามความเหมาะสมของสังคม

ฝ้าถล่มบ่อนปอยเปต นักพนันหนีวุ่นไร้เจ็บ-ตาย

ฝ้าถล่มบ่อนปอยเปต นักพนันหนีวุ่นไร้เจ็บ-ตาย
ฝ้าถล่มบ่อนปอยเปต นักพนันหนีวุ่นไร้เจ็บ-ตาย

ฝ้าถล่มบ่อนปอยเปต นักพนันหนีวุ่น ไร้เจ็บ-ตาย ผกก.ตม.สระแก้วเผย คนไทยไม่นิยมเข้าเสี่ยงโชค

พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ได้เกิตเหตุ ฝ้าแขวนราวไฟ ภายในบ่อนคาสิโนโฮวาเกนติ้ง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ่อนคาสิโนปริ้นเซสคราวน์คาสิโน ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และอยู่ห่างด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประมาณ 100 เมตร ได้พังถล่มลงมา จนส่งผลให้ผู้ที่อยู่ภายในเกิดความชุลมุนวิ่งหนีออกมา

อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดย พ.ต.อ.ไพรัช ระบุเพิ่มเติมว่า บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนที่สร้างขึ้นมาเป็นเวลานานและ ชาวไทยไม่นิยมเดินทางเข้าไปเสี่ยงโชค

ภรรยา ‘แดง จิตกร’ โชว์บัญชีเงินบริจาค 3.5 ล้าน ปัดเอาไปเล่นพนัน

ภรรยา ‘แดง จิตกร’ โชว์บัญชีเงินบริจาค 3.5 ล้าน ปัดเอาไปเล่นพนัน
ภรรยา ‘แดง จิตกร’ โชว์บัญชีเงินบริจาค 3.5 ล้าน ปัดเอาไปเล่นพนัน

ภรรยา ‘แดง จิตกร’ โชว์บัญชีเงินบริจาค 3ภรรยา ‘แดง จิตกร’ โชว์บัญชีเงินบริจาค 3.5 ล้าน ปัดเอาไปเล่นพนัน นาทีที่ 20.09

บุรีรัมย์-ภรรยาแดง จิตกร นักร้องชื่อดังที่ล้มป่วยจากอาการมะเร็งระยะสุดท้าย แสดงหลักฐานสมุดบัญชีเงินบริจาคจำนวน 3.5 ล้านบาทเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ยันไม่เคยนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเล่นการพนัน ตามที่ถูกกล่าวหา

เผยตั้งแต่เปิดบัญชีจนถึงขณะนี้ได้ถอนเงินจากบัญชีออกไปประมาณ 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันรถที่เดินทางระหว่างบ้านไปยังโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อดูแลสามีที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บุรีรัมย์

ส่วนหนึ่งก็ซื้อข้าวปลา อาหารมาดูแลญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมสามี เพื่อแสดงน้ำใจตามประเพณีปกติทั่วไปเท่านั้น เพราะตั้งแต่สามีล้มป่วย ก็ไม่มีรายได้ไม่มีเงินเหลือในครอบครัวจึงจำเป็นต้องเบิกไปใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น แต่ยืนยันว่าไม่ได้นำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเล่นการพนัน ตามที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาแต่อย่างใด5 ล้าน ปัดเอาไปเล่นพนัน

ลูกจ้าง อบต.โมโหเล่นไฮโลหมดตัว ชักปืนยิงวงพนันกระเจิง

ลูกจ้าง อบต.โมโหเล่นไฮโลหมดตัว ชักปืนยิงวงพนันกระเจิง
ลูกจ้าง อบต.โมโหเล่นไฮโลหมดตัว ชักปืนยิงวงพนันกระเจิง

ลูกจ้าง อบต. เครียดเสียไฮโลแทบหมดตัว ฉุนเจอคนพูดจาไม่เข้าหู คว้าปืนยิงนักพนันวงเดียวกันได้รับบาดเจ็บ
เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจเดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุคนยิงกัน ภายในซอยคู่สร้างโครงการ 3 เมื่อไปตรวจสอบพบชาวบ้านจับกลุ่มยืนดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก และพบกับ นายธนภณ อายุ 25 ปี สภาพบาดเจ็บที่หัวเข่า ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปในกกป่าไปหลังจากที่ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายสุรพงษ์ นวลสุวรรณ์ อายุ 42 ปี เป็นลูกจ้างองค์การบริการส่วนตำบลแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ หลังจากกดดันไปราวๆ 1 ชั่วโมงแต่ยังไม่มีวี่แวว จึงคาดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว
ขณะที่เหยื่อผู้เสียหายเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุได้มาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ อยู่ที่ท้ายซอย ก่อนจะพบเห็น นายสุรพงษ์ กำลังตั้งวงเล่นพนันอยู่ จึงได้ขอร่วมวงเล่นด้วย แต่ปรากฏว่า นายสุรพงษ์ เสียพนันไปราวๆ 3,000 บาท และทราบว่าวันก่อนหน้านี้ นายสุรพงษ์ ก็เพิ่งเสียพนันไปเกือบๆ 5,000 บาทแล้ว

ระหว่างที่วงพนันกำลังเป็นไปอย่างสนุกสนานและเคร่งเครียด มีชายสูงวัยคนหนึ่งพูดจาไม่ค่อยเข้าหู ทำให้เกิดทะเลาะกับนายสุรพงษ์ ทำให้วงพนันแตกและแยกย้ายกัน กระทั่ง นายสุรพงษ์ กลับมากระชากคอและชักปืนออกมายิงใส่ ทำให้เกิดยื้อแย่งกัน กระสุนจึงเฉียดที่หัวเข่าดังกล่าว

นศ.หนุ่มสร้างเรื่อง หลอกพ่อโดนอุ้ม ติดหนี้พนันบอลเกือบแสน

นศ.หนุ่มสร้างเรื่อง หลอกพ่อโดนอุ้ม ติดหนี้พนันบอลเกือบแสน
นศ.หนุ่มสร้างเรื่อง หลอกพ่อโดนอุ้ม ติดหนี้พนันบอลเกือบแสน

นักศึกษาหนุ่มคิดน้อย กุเรื่องหลอกพ่อถูกจับตัวเรียกไถ่ หลังติดหนี้พนันฟุตบอลยูโรเกือบแสนบาท พ่อแจ้งให้ตำรวจช่วยสืบหา สุดท้ายพบว่าเป็นเรื่องโกหก

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามฯ ได้แถลงข่าวจับกุมตัว นายภีม (นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ฐานความผิดกระทำการพนันฟุตบอล หลังหนุ่มคนดังกล่าวได้กุเรื่องหลอกลวงผู้ปกครองว่า ถูกอุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่เพราะหนี้พนัน

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) พ่อของนายภีม ได้เดินทางมาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีชายลึกลับใช้เบอร์โทรศัพท์ของนายภีม โดยมาหาบอกว่า ลูกชายติดหนี้พนันฟุตบอลเกือบแสนบาท ขณะนี้ได้ควบคุมตัวลูกชายเอาไว้ จนกว่าจะมีเงินมาชำระหนี้

พ่อของนายภีม ยังเล่าต่อว่า ได้ขอร้องให้ปล่อยตัวลูกชายก่อน และจะนำเอาเงินก้อนดังกล่าวไปชำระคืนให้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็ติดต่อลูกชายไม่ได้อีก จึงตัดสินใจแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาลูกชาย กระทั่งชุดสืบสวนหาเบาะแส เพียงไม่นานก็พบว่าเป็นกรณีหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้าจับกุมตัว นายภีม ได้ในเวลาต่อมา

เบื้องต้น นายภีม นักศึกษาหนุ่มได้ยอมรับว่า ได้กุเรื่องขึ้นมา เพราะไม่กล้าขอเงินพ่อนำมาจ่ายหนี้พนันฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา ที่ติดค้างเพื่อนเอาไว้อยู่ 96,000 บาท จึงได้ตัดสินใจให้เพื่อนปลอมเป็นเจ้าหนี้ โทรศัพท์ไปหลอกลวงและข่มขู่พ่อ ไม่คาดว่าจะกลายเป็นกรณีแจ้งความขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายภีม ได้กล่าวขอโทษ พร้อมกับบอกว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งฐานความผิดเกี่ยวกับพนันฟุตบอล และเตรียมจะขยายผลการจับกุมไปยังบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะพนันครั้งนี้ด้วย

ม.44 เพิ่มโทษ พบร้านไหน “ค้ามนุษย์-เล่นพนัน” ปิดทันที-มีโทษจำคุก

ม.44 เพิ่มโทษ พบร้านไหน “ค้ามนุษย์-เล่นพนัน” ปิดทันที-มีโทษจำคุก=
ม.44 เพิ่มโทษ พบร้านไหน “ค้ามนุษย์-เล่นพนัน” ปิดทันที-มีโทษจำคุก

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานว่า ระบุว่า ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการกําหนดมาตรการในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง รวมทั้งกําหนดมาตรการในการควบคุม สถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ไปแล้วนั้น

โดยที่ปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ว่า ได้มีสถานบริการหลายแห่ง ปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้มี การเล่นพนันหรือขันต่อหรือการกระทําความผิดฐานค้ามนุษย์ในสถานบริการของตน ซึ่งกรณีเช่นนี้ได้ส่งผล กระทบถึงความปลอดภัยของเด็ก และเยาวชน รวมทั้งความสงบเรียบร้อยของประชาชน สมควรขยาย ข้อห้ามมิให้มีการกระทําความผิดของผู้ประกอบกิจการสถานบริการหรือสถานประกอบการใดที่เปิด ให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการเพิ่มเติม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) และ (๗) ของข้อ ๔ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่ คล้ายกับสถานบริการ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘