เชียงคาน เมืองริมโขง

changkran

“เชียงคาน เมืองคนงาม ข้าวหลามยาว มะพร้าวแก้ว เพริศแพร้วเกาะแกง แหล่งวัฒนธรรม น้อมนำศูนย์ศิลปาชีพ” นี่คือขวัญของเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่ๆผู้คนชอบมาพักผ่อนสบายๆ ติดริมน้ำโขง เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ที่สะอาดและเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รักสงบ ส่วนใหญ่คนเชียงคานได้รับวิถีชีวิตมาจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว โดยหลักๆที่คล้ายคลึงกันก็จะเป็นที่อยู่อาศัย อาหาร เมื่อมองไปรอบๆฝั่งโขงก็จะเจอแต่บ้านไม้เก่าๆที่รักษาคงวัฒนธรรมดังเดิมของเมืองไว้ ซึ่งผู้คนที่นี่เปี่ยมด้วยร้อยยิ้มและมิตรภาพที่ดี ทำให้เชียงคานเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ห่างหาย

 

changkran

 

เชียงคาน เป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดเลย มีที่ตั้งอยู่ติดริมฝั่งโขง สุดเขตชายแดนของประเทศไทย โดยในย่านของชุมชนบริเวณนั้นมีลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องแถวไม้ หรือบ้านไม้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์และความเก่าแก่ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชามเชียงคาน อีกทั้งยังสามารถล่องเรือเพื่อเยี่ยมชมสัมผัสบรรยากาศของทั้งสองริมฝั่งโขง

changkran

 

มาเชียงคานทำอะไรดี

1. ปั่นจักรยานชมบ้านเมือง
เชียงคาน เป็นเมืองเล็กมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจักรยานจึงเป็นพาหนะยอดฮิตของใครหลายๆคน มาเที่ยว เชียงคาน ต้อง มาปั่นจักรยาน เพราะทำให้เรารู้จักและสัมผัสกับเสน่ห์ของเชียงคานได้มากยิ่งขึ้น การปั่นจักรยาน ไปตามตรอกซอกซอยชมบ้านไม้ เก่าๆ ที่บางส่วนก็ถูกดัดแปลงให้เป็น ที่พักแบบโฮมสเตย์ ร้านค้า ร้านกาแฟ แถมได้ทักทายยิ้มแย้มทำความรู้จักกับชาวบ้าน ปั่นไปมาเพียงแค่วันเดียวก็เกือบรู้จักกันเกือบทั่งซอย เพราะที่นี่ เป็นเมืองที่เล็กที่มีแต่รอยยิ้มและมิตรภาพ การปั่นจักรยานเป็นอีกหนึ่ง กิจกรรมที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปพร้อม กับเรียบง่ายของเมืองเล็กๆ แสนสงบแห่งนี้ น้อยนักที่เราจะสามารถ ปั่นจักรยานและปล่อย เวลาให้เดินช้าลงแบบ ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นใดมาใส่ให้หนักสมอง เพราะเราจะเห็นแต่รอยยิ้มอันอบอุ่นของชาวบ้านและ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่ง บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คอยทักทายเราตลอดเส้นทาง ได้ออกกำลังกายไปในตัวรับอากาศบริสุทธ์แบบห่างไกล มลพิษอีกด้วย

 

changkran

 

2.ตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า
วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคานก็คือ ชาวบ้านเกือบทุกหลังจะลุกขึ้นมาตักบาตรข้าวเหนียวแต่เช้าตรู่ ถือเป็น ประเพณีที่มีมานาน แล้ว ซึ่งจะปฎิบัติกันแทบทุกบ้าน ตอนเช้าๆ เราจะเห็นผู้เฒ่า ผู้แก่ จะอาบน้ำแต่งตัวตั้งแถว เรียงกันยาวไปตามริมถนน เพื่อมารอพร ะบิณฑบาตรแต่เช้า ด้วยความศรัทธา วิธีการตักบาตร คือ หยิบข้าวเหนียว จากกระติ๊บมาหยิบกำมือ เหมือนกับเราตักข้าวสวย แล้วตักใส่บาตรพระ จนครบทุกองค์ ซึ่งหากเรามาพักที่ โฮมสเตย์ใน แต่ละที่ก็จะมีการเตรียมข้าวเหนียวไว้ให้เราสำหรับตักบาตร ด้วยเช่นกัน

 

changkran

3.ไหว้พระ 9 วัด
วัดศรีคุณเมือง
ตั้งอยู่ที่ซอย 6 ถนนชายโขง ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ สร้างในแบบแปลกตา รูปร่างคล้าย โบสถ์ตามวัดภาคเหนือ ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบันภาพ ทั้งหมด เป็นภาพนิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติ วัดศรีคุณเมือง มีพระพุทธรูปประธานที่เก่าแก่เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาและนับถือของชาวอำเภอเชียงคานเป็นอย่างมาก คือ พระพุทธรูป ปูนปั้นนาคปรก ปางสมาธิ พระพุทธรูปใน อุโบสถวัดศรีคุณเมือง เป็นพระพุทธรูปนาคปรก ก่อด้วยอิฐถือปูน เป็นศิลปะล้านช้าง ผสมอยุธยา เป็นพระพุทธรูป ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นคนไทยและประชาชนจากฝั่งลาว หากมีโอกาสจะเดินทาง ข้ามแม่น้ำโขง เพื่อมากราบไหว้อธิษฐานขอพรในการเดินทางไปทำมาค้าขายให้สำเร็จรุ่งเรือง หรือให้ปลอดภัยจาก ภยันตราย ทั้งหลายทั้งปวง ใครที่มาขอพรจากพระประธานในพระอุโบสถวัดศรีคุณเมือง จะประสบความสำเร็จและสมหวังกันทุกคน

 

changkran

changkran

 

วัดโพนชัย
ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอย 2-3 ชมพระอุโบสถที่มีรูปสถาปัตยกรรมล้านช้างผสมสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่พระยาศรีอรรคฮาตเป็นผู้สร้าง และเคยเป็นที่ตั้งที่ว่าการเมืองเชียงคาน ก่อนจะย้ายไปอยู่ในที่ปัจจุบันแก่งคุดคู้ห่างจากตัวเมือง เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร

วัดป่ากลาง
เดิมเป็นวัดเล็กๆ สองวัด คือ วัดกลางและวัดป่า เนื่องจากวัดกลางตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จึงถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง เข้า มาถึงวัด ชาวบ้านจึงย้ายมารวมวัดสองวัดเข้าเป็นวัดเดียวกันเมื่อปี พ.ศ.2466 เรียกชื่อว่า “วัดป่ากลาง” ต่อมาสมัยพระมหาเกียรติ วฑฒิสาโร ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมัชฌิมาราม” พระประธานในอุโบสถเป็น พระพุทธ รูปปูนปั้นปางมารวิชัย ภายในบริเวณวัด มีอาคารส้วมโบราณ ซึ่งชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
วัดมหาธาตุ
ตั้งอยู่ ซอย 14 วัดมหาธาตุ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงคาน ไปชมพระอุโบสถไม้เก่าแก่รูปแบบล้านช้าง ภายในประดิษฐานพลวงพ่อใหญ่ บริเวณหน้าจั่วมีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวประวัติเมืองเชียงคาน และมีเจดีย์ก่ออิฐที่เชื่อกันว่าสร้างทับรูพญานาค นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถหลังใหม่ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้างที่สวยงาม
วัดท่าแขก
วัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงนับว่าเป็นบรรยกาศเย็นสบาย ภายในได้ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า
300 ปี นับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนต่อเนื่อง มีประวัติเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์เมือง เชียงคาน เชื่อว่า “วัดท่าแขก” สร้างตรงกับสมัยขุนคานสร้างเมืองเชียงคาน บ้างก็สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในปี พ.ศ. 2020 เพราะมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งเกิดศึกญวน พระเจ้าชัยจักรพรรดิแผ่นแผ้วกับข้าราชบริพารกลุ่มหนึ่ง หลบ หนีศึกสงครามมาตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งลำน้ำโขงบริเวณวัดศพ พระเจ้าสุวรรณบัลลังก์รัชกาลต่อมาได้สร้างพระยืน ขึ้นที่วัดศพ โดยสกัดจากหินผาฮดและได้สร้าง “วัดท่าแขก” พร้อมกันไปด้วย วัดท่าแขกแห่งนี้ให้ทางฝ่ายชาย ได้ร่วมมือกันสร้างขึ้น
วัดท่าคก
นี้เชื่อกันว่าสร้างโดยพระยาศรีอรรคฮาต เจ้าเมืองคนสุดท้ายของเชียงคาน มีพระอุโบสถและศิลาจารึกด้านหน้า ให้ชม
วัดป่าใต้
ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2415 เดิมเป็นวัดป่าธุดงค์ สำหรับพระมาจำพรรษา ต่อมาพระครูศรสิริสุโข พร้อมด้วยชาว บ้านร่วมกันสร้างให้มั่นคงถาวรขึ้น พระอุโบสถเก่าแก่ประดับภาพจิตกรรมฝาผนังเป็นพุทธประวัติ ฝีมือช่างชาว เชียงคาน
วัดภูช้างน้อย
ขึ้น ภูไหว้พระใหญ่ อธิฐานขอพร ก่อนชมเมืองเชียงคานจากยอดภูช้างน้อย วัดภูช้างน้อยเป็นวัดป่า ซึ่งชาว เชียงคานได้สร้างขึ้น พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดเขามองเห็นเด่นเป็นสง่า ให้ทราบว่าท่านมาถึงเมืองเชียงคาน เมืองแห่งธรรมมะแล้ว
วัดสันติวนาราม
ตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2482 โดยพระครูพิทักษ์สังฆการ เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างขึ้น เดิมชื่อว่า “วัดป่าศิริพิทักษ์อรัญญ วาส” ต่อมาพระพิมลธรรมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดสันติวนาราม” ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรายพระพุทธบาท จำลอง และบริเวณรอบอุโบสถ มีพระพุทธรูปสีทองอร่าม ประดิษฐานเรียงรายนับร้อยองค์งดงามมาก

4.ชิมอาหารพื้นเมือง
– ข้ามเปียกเส้น  ตั้งอยู่หน้าปากซอย 12 (เดิมอยู่ซ.10) ตรงข้ามวัดป่ากลาง เปิดขายตั้งแต่ 06.00-20.00 น. เมนูเด่นมือเช้าของเมืองเชียงคานที่ไม่ควรพลาด ข้าวเปียกเส้น รสชาติเส้นจะนุ่มและเหนียวนิด น้ำซุปอร่อยเข้มข้น ที่นี่มีเมนูให้เบือกรับประทานหลายอย่าง ทั้งโจ๊ก เกาเหลาเลือดหมู

 

changkran
– ข้าวปุ่นน้ำแจ่ว
หรือ ขนมจีนน้ำใส เป็นอีก 1 เมนู ที่จะพบเจอได้เฉพาะเชียงคานเท่านั้น เพราเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่ ข้าวปุ่นน้ำแจ๋ว ส่วนประกอบ ของข้าวปุ้นน้ำแจ๋วที่แตกต่างจากขนมจีนทั่วไป เช่นมีเครื่องในหมู ตับ ไต ไส้ พุง ที่ต้มจนสุกแล้ว ประเภทผักๆก็มีผักบุ้ง กระล่ำปี ถั่วฝักยาว งอก สาระแน ต้นหอมสด และที่สำคัญจะขาดไม่ได้ เลยคือน้ำชุบใส แต่ละร้านของที่นี่ก็จะมีรสชาติแซบ แตกต่าง กันไป ว่ากันว่าถ้าใครได้มาเยือนเชียงคาน ถ้าไม่ได้ชิมข้าวปุ้นน้ำแจ๋วย่ามเช้า ก็เท่ากับว่าไม่ถึงเชียงคาน ซึ่งส่วนใหญ่จะ เปิดใน ช่วงเช้า ตั้งแต่ 08.00 – 11.00 นของก็ จะเริ่มหมดแล้ว เพราะฉะนั้้ใครอยากกิน ต้องไปแต่เช้า ที่เชียงคานมีร้านข้าวปุ่นน้ำแจว หลายร้าน ได้แก่ ป้าอ๋อยข้าวปุ้นน้ำแจ่ว (ซอย 5 บน), ป้านางข้าวปุ้นน้ำแจ่วชอย 6, ป้าลี่ ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ซอย 14 ข้างวัดมหาธาตุ
– จุ่มนัวยายพัด ตั้งอยู่ในถนนศรีเชียงคาน ซ. 10 เปิดขายตั้งแต่ 08.00-15.00 น.
ร้านเก่าแก่อีกหนึ่งร้าน ที่เปิดมานานกว่า 40 ปี มีเมนูเด็ด คือ ข้าวเปียกเส้น และหมี่กระทิ สำหรับมื่อเช้า ตกเที่ยง แวะมากินจุ่มนัว และขนามจีนน้ำยา

 

changkran

 

 

5.นวดผ่อนคลายที่เชียงคาน
มาเชียงคานนอกจากเราจะได้ซึมซับกับบรรยากาศเก่าแก่ ร้านค้าเก๋ๆแล้ว การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองได้ ทักทาย นั่งคุย กับชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ เป็นความรู้สึกอบอุ่นใจอีกอย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้ เมื่อมาเที่ยว เชียงคาน ชาวบ้านที่นี่ มีน้ำใจและเป็นมิตร ไม่ว่าจะเดินผ่านไปยังบ้านหลังใด ก็จะเห็นประตูบ้านเปิด กว้าง เพื่อเตรียมรับแขกหรือเพื่อนบ้าน ใกล้เคียงเสมอ ภาพชาวบ้านนั่งพูดคุยกันเป็นกลุ่มอยู่หน้าบ้าน และทักทาย เราด้วยรอยยิ้มพูดคุยอย่างเป็นกันเองเสมอ ให้ความรู้สึก เหมือนเราได้กลับ มาเยี่ยมบ้าน เยี่ยมญาติผู้ใหญ่ และนี่ คงเป็นเสน่ห์ ของเชียงคาน ที่ไม่เหมือนที่ใด ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจและต้องกลับมาที่นี่ อีกหลายครั้ง